วีซ่าอเมริกา
ตอนต่อจากวีซ่าแคนาดา เนื่องด้วยไม่รู้ว่าจะได้ไปแถวๆ นั้นอีกเมื่อไร เราก็ควรจะไปให้คุ้มด้วยการขอวีซ่าอเมริกาไว้อีกสักอัน ขั้นตอนค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ยาก ทำเองได้
ข้อมูลนี้เป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยว B1/B2 ข้อมูลถึงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เอกสารที่จำเป็น
- เอกสารส่วนตัวจะเหมือนของวีซ่าแคนาดา ลอกได้เลย
- รูปถ่ายให้เป็นไปตามข้อกำหนด
- ส่วนที่ต่างกับแคนาดาคือวีซ่าอเมริกาจะใช้การกรอกฟอร์ม DS-160 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทน ซึ่งจะมีขั้นตอนในการอัปโหลดรูปถ่ายขึ้นไปเลย (นั่นคือต้องมีรูปให้พร้อมเลยนะจ๊ะ) ฟอร์มนี้ใช้เวลากรอกค่อนข้างนานและ Timeout อยู่ที่ 20 นาที แนะนำให้บันทึกเป็นไฟล์เก็บไว้บ่อยๆ (มีปุ่มบันทึกในหน้าเว็บ) ผมใช้เวลากรอกไป 75 นาที (นานโพด)
- เมื่อกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จแล้วจะมีคำยืนยันส่งมาให้ทางอีเมล พิมพ์เก็บไว้
- เข้าจองเวลาสัมภาษณ์ โดยต้องมีการซื้อ PIN สำหรับการเข้าจองวันสัมภาษณ์ ผมเลือกซื้อ PIN ทางอินเทอร์เน็ต เข้าใจว่าซื้อจากที่ทำการไปรษณีย์ก็ได้
- เมื่อได้ PIN มาแล้วก็จะกรอกข้อมูลอีกเล็กน้อย ในหน้าสุดท้ายจะต้องกรอกหมายเลขฟอร์ม DS-160 ที่เรากรอกมาก่อนหน้านี้ด้วย
- เมื่อกรอกข้อมูลหมดแล้ว ก็จะมีหน้าจอให้เลือกวันสัมภาษณ์ แนะนำให้เผื่อเวลาก่อนเดินทางไว้อย่างน้อย 3 อาทิตย์
- เมื่อยืนยันวันสัมภาษณ์แล้วจะมีหน้ายืนยันวัน/เวลาที่สัมภาษณ์มาให้ (ของผมได้รอบ 7.45 น. ระบบบอกให้ไปก่อน 30 นาที)
- นำหมายเลขยืนยันไปชำระค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์ไทย (เกือบห้าพันบาท) แล้วจะได้ใบแจ้งว่าชำระค่าวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
ยื่อขอวีซ่าอเมริกา
- สถานฑูตอเมริกา อยู่ตรงช่วงกลางของถนนวิทยุ การเดินทางมาได้สองทิศทางคือ จาก BTS เพลินจิตหรือจาก MRT ลุมพินี ทั้งสองทางไกลพอกัน แนะนำให้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามา
- หน้าสถานฑูตมีคนเข้าแถวรอกันเยอะแยะ สังเกตดูดีๆ ว่าบางคนมายืนต่อแถวรอเวลานัดของตัวเอง ถ้าใกล้ถึงเวลาของตัวเองก็เดินเข้าไปหน้าประตูเลยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเรียกคิวคนในเวลาช่วงนั้นๆ เข้าไป
- จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเบื้องต้นและตรวจว่าเราได้จองวันสัมภาษณ์ไว้วันนี้ และรับฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมทั้งตรวจอาวุธ
- เมื่อเข้าไปในบริเวณสถานฑูตจะเจอบริเวณตรวจเอกสารจุดที่ 2 ตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดเอกสารที่จำเป็นในการขอวีซ่าอเมริกาไว้ในซองที่จัดไว้ให้
- ผ่านตรงนี้ไปได้จะเจอจุดตรวจสอบตัวตน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจเอกสาร DS-160 ที่เรากรอกไว้ สแกนลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้วและถามถึงภาษาที่จะเลือกใช้ในการสัมภาษณ์ รวมถึงได้บัตรคิว
- เสร็จแล้วจะเข้าไปรอในโถงสัมภาษณ์ รอเรียกบัตรคิวที่ไม่เรียงตามหมายเลข
- เมื่อได้เรียกคิวแล้วก็จะเข้าไปตามช่องสัมภาษณ์ที่ถูกเรียก ผมเลือกสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเจอฝรั่งพูดไทยได้ คุยกันสองนาทีได้วีซ่ามาสิบปีจ้า
