Come Back

“ลืม” เขียนบล็อกไปเกือบสองเดือน แถมยังมีโปรโมชั่นกระหน่ำเมื่อตอนปลายปีที่แล้ว ทำให้ไม่ได้มาสาละวนกับการเขียนบล็อกเลย (เป็นข้ออ้าง)

ช่วงนี้หยุดยาวเลยมีเวลามาซ่อมบล็อกที่พัง และนั่งเตรียมงานสำหรับปีนี้ แต่นั่นคงไม่ใช่ข้ออ้าง (หรือคำแก้ตัว?) ที่ดีในการแกล้งลืมของเก่าๆ เมื่อปีที่แล้วที่ค้างๆ ไว้ และก็อาจจะไม่สัญญาว่าจะกลับมาเขียน :-P แต่อย่างน้อยก็มีรายการของค้างเผื่อจะมีใครอยากทวง

  • Mozilla Summit ตอนที่ 3
  • Seattle Trip
  • New York Trip
  • Cambodia Trip: Phnom Penh, Kampong Thom, Kratie
  • UK Trip: London, Cambridge, Oxford
  • Open Government Data Camp London
  • Design Jam London
  • Philippines Trip

วีซ่าอังกฤษ

จริงๆ ไม่ใช่วีซ่าอังกฤษต้องบอกว่าวีซ่าสหราชอาณาจักร แต่คนค้นหาวีซ่าอังกฤษมากกว่า ฮ่ะๆ

ข้อมูลนี้เป็นการขอวีซ่าธุรกิจ อ้างอิงถึงวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เอกสารที่จำเป็น

  • เอกสารส่วนตัวจะเหมือน วีซ่าแคนาดา และ วีซ่าอเมริกา อย่าลืมว่าเอกสารทั้งหมดควรจะแสดงถึงความสามารถในการดูแลตัวเองขณะที่อยู่ในประเทศเขาและแรงจูงใจในการกลับประเทศ
  • ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม (ถ้ามี)
  • คำขอวีซ่าอังกฤษ สามารถกรอกออนไลน์ได้ที่นี่ ประเภทวีซ่าจะค่อนข้างซับซ้อนลองดูดีดี กรณีนี้ก็เป็น Non-point based system ประเภท Visitor
  • การกรอกคำขอวีซ่าอังกฤษไม่โหดเท่ากับฟอร์ม DS-160 ของวีซ่าอเมริกา แต่พิมพ์แล้วแก้ไขไม่ได้ ตอนกรอกก็ดูดีดี
  • แคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย “สถานฑูตอังกฤษ” จำนวน 3,640 บาท (อ้างอิง) มีธนาคารที่จุดขอวีซ่า ไปซื้อเอาตรงนั้นก็ได้
  • ลองตรวจสอบดูที่ เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่า กับ หน้านี้ ดูก่อนเผื่อว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
  • รูปไปถ่ายที่ที่ขอวีซ่าได้ราคา 6 รูป 250 บาท
  • ถ้าเป็นไปได้ก็ลองจองเวลาขอวีซ่าดู ผมไม่ได้จองไปลุ้นเอาหน้างาน :)

ยื่นขอวีซ่าอังกฤษ

  • การยื่นขอวีซ่าอังกฤษนั้นจะทำผ่านตัวแทนชื่อ VFS Global ไม่ได้ยื่นผ่านสถานฑูตโดยตรงอย่าง วีซ่าแคนาดา และ วีซ่าอเมริกา เปิดทำการตั้งแต่ 8.00 – 15.00 น.
  • ของเมืองไทยอยู่ที่ชั้น 2 อาคารรีเจนท์ ตรงข้างๆ AUA นั่ง BTS ลงสถานีราชประสงค์แล้วเดินได้ไม่จำเป็นต้องขับรถ
  • เนื่องจากผมไม่ได้จองเวลายื่นขอวีซ่าไปล่วงหน้า เลยใช้วิธีไปเอาตอน 14.00 น. ซึ่งก็ได้ผลเพราะคนไม่ค่อยเยอะและรอไม่ค่อยนาน (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
  • ตอนไปถึง ถ้าไปช่วงบ่ายอาจจะเจอคนต่อแถวกันอยู่ ให้สังเกตว่าถือซองหนาๆ แบบคนจะขอวีซ่าหรือไม่ รอบที่ผมไปลืมสังเกตปรากฎว่าเป็นรอบของคนที่มารอรับพาสปอร์ต หลงไปต่อแถวอยู่พักหนึ่ง ให้เดินเข้าไปขอบัตรคิวที่ รปภ. ได้เลย
  • รอสักพักเจ้าหน้าที่ก็จะให้ทำตามขั้นตอน อันนี้ไม่ยาก แต่ค่อนข้างนาน หาหนังสือไปแก้เซ็งด้วยก็จะดี
  • เจ้าหน้าที่จะเสนอบริการเพิ่มเติมเช่น บริการแจ้งผลทาง SMS, บริการ messenger ส่งให้ถึงมือ ราคาจำไม่ได้
  • สำคัญคือหากใช้บริการ messenger ส่งให้ถึงมือ แล้วช่วงที่เราได้รับข้อความว่าพาสปอร์ตเราออกมาจากสถานฑูตแล้วเราจะไม่อยู่ในช่วง 1-2 วันนับจากนั้น ให้เตรียมทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบรอไว้เลย ไม่เช่นนั้น messenger ไม่ส่งให้และต้องรอหลอนอีกหลายวัน
  • วีซ่าอังกฤษมีกระบวนการขออย่างช้า 15 วันทำการ ขอให้วางแผนดีๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะหลอนยิ่งกว่าเดิม
  • ผมยื่นขอ 27 กันยายน พ.ศ. 2553 พาสปอร์ตออกจากสถานฑูตวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 messenger มาส่งให้วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ตอนบ่ายๆ

A long journey

มา Firefox Summit งวดนี้เดินทางไกลที่สุดในชีวิต

  • คืนวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม ออกจากบ้านประมาณสามทุ่มรถติดพอดู ถึงสุวรรณภูมิสี่ทุ่มกว่า
  • เดินทางสิบสองชั่วโมงจากกรุงเทพฯ มาลอนดอน (โชคดีแฟนหนุ่มแฟนสาวคู่ข้างๆ หายไปไหนไม่รู้ทั้งคืนเลยนอนยาวสามที่นั่งสบายแฮ) นั่งหง่าวอีกหกชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเครื่อง
  • เดินทางอีกสิบชั่วโมงจากลอนดอนมาแวนคูเวอร์ ออกบ่ายโมง (ลอนดอน) ถึงบ่ายสอง (แวนคูเวอร์)
  • รอรถบัสอีกประมาณชั่วโมงแล้วนั่งมาอีกสองชั่วโมงเพื่อถึง Whistler ในวันที่ 6 กรกฎาคม เวลาประมาณ 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เมืองไทยก็ประมาณหกโมงเช้าของวันที่ 7 กรกฎาคม)

รวมเวลาเดินทางจากบ้านถึง Whistler ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 33 ชั่วโมง เจอ Jetlag มหาโหดต้องทนตื่นเพื่อนอนตามเวลาที่แวนคูเวอร์ (ช้ากว่าเมืองไทย 14 ชั่วโมง) เพิ่งปรับตัวได้เมื่อเช้านี้

วีซ่าอเมริกา

ตอนต่อจากวีซ่าแคนาดา เนื่องด้วยไม่รู้ว่าจะได้ไปแถวๆ นั้นอีกเมื่อไร เราก็ควรจะไปให้คุ้มด้วยการขอวีซ่าอเมริกาไว้อีกสักอัน ขั้นตอนค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ยาก ทำเองได้

ข้อมูลนี้เป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยว B1/B2 ข้อมูลถึงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เอกสารที่จำเป็น

  • เอกสารส่วนตัวจะเหมือนของวีซ่าแคนาดา ลอกได้เลย
  • รูปถ่ายให้เป็นไปตามข้อกำหนด
  • ส่วนที่ต่างกับแคนาดาคือวีซ่าอเมริกาจะใช้การกรอกฟอร์ม DS-160 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทน ซึ่งจะมีขั้นตอนในการอัปโหลดรูปถ่ายขึ้นไปเลย (นั่นคือต้องมีรูปให้พร้อมเลยนะจ๊ะ) ฟอร์มนี้ใช้เวลากรอกค่อนข้างนานและ Timeout อยู่ที่ 20 นาที แนะนำให้บันทึกเป็นไฟล์เก็บไว้บ่อยๆ (มีปุ่มบันทึกในหน้าเว็บ) ผมใช้เวลากรอกไป 75 นาที (นานโพด)
  • เมื่อกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จแล้วจะมีคำยืนยันส่งมาให้ทางอีเมล พิมพ์เก็บไว้
  • เข้าจองเวลาสัมภาษณ์ โดยต้องมีการซื้อ PIN สำหรับการเข้าจองวันสัมภาษณ์ ผมเลือกซื้อ PIN ทางอินเทอร์เน็ต เข้าใจว่าซื้อจากที่ทำการไปรษณีย์ก็ได้
  • เมื่อได้ PIN มาแล้วก็จะกรอกข้อมูลอีกเล็กน้อย ในหน้าสุดท้ายจะต้องกรอกหมายเลขฟอร์ม DS-160 ที่เรากรอกมาก่อนหน้านี้ด้วย
  • เมื่อกรอกข้อมูลหมดแล้ว ก็จะมีหน้าจอให้เลือกวันสัมภาษณ์ แนะนำให้เผื่อเวลาก่อนเดินทางไว้อย่างน้อย 3 อาทิตย์
  • เมื่อยืนยันวันสัมภาษณ์แล้วจะมีหน้ายืนยันวัน/เวลาที่สัมภาษณ์มาให้ (ของผมได้รอบ 7.45 น. ระบบบอกให้ไปก่อน 30 นาที)
  • นำหมายเลขยืนยันไปชำระค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์ไทย (เกือบห้าพันบาท) แล้วจะได้ใบแจ้งว่าชำระค่าวีซ่าเรียบร้อยแล้ว

ยื่นขอวีซ่าอเมริกา

  • สถานฑูตอเมริกา อยู่ตรงช่วงกลางของถนนวิทยุ การเดินทางมาได้สองทิศทางคือ จาก BTS เพลินจิตหรือจาก MRT ลุมพินี ทั้งสองทางไกลพอกัน แนะนำให้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามา
  • หน้าสถานฑูตมีคนเข้าแถวรอกันเยอะแยะ สังเกตดูดีๆ ว่าบางคนมายืนต่อแถวรอเวลานัดของตัวเอง ถ้าใกล้ถึงเวลาของตัวเองก็เดินเข้าไปหน้าประตูเลยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเรียกคิวคนในเวลาช่วงนั้นๆ เข้าไป
  • จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเบื้องต้นและตรวจว่าเราได้จองวันสัมภาษณ์ไว้วันนี้ และรับฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมทั้งตรวจอาวุธ
  • เมื่อเข้าไปในบริเวณสถานฑูตจะเจอบริเวณตรวจเอกสารจุดที่ 2 ตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดเอกสารที่จำเป็นในการขอวีซ่าอเมริกาไว้ในซองที่จัดไว้ให้
  • ผ่านตรงนี้ไปได้จะเจอจุดตรวจสอบตัวตน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจเอกสาร DS-160 ที่เรากรอกไว้ สแกนลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้วและถามถึงภาษาที่จะเลือกใช้ในการสัมภาษณ์ รวมถึงได้บัตรคิว
  • เสร็จแล้วจะเข้าไปรอในโถงสัมภาษณ์ รอเรียกบัตรคิวที่ไม่เรียงตามหมายเลข
  • เมื่อได้เรียกคิวแล้วก็จะเข้าไปตามช่องสัมภาษณ์ที่ถูกเรียก ผมเลือกสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเจอฝรั่งพูดไทยได้ คุยกันสองนาทีได้วีซ่ามาสิบปีจ้า

วีซ่าแคนาดา

ประสบการณ์การขอวีซ่าเข้าประเทศแคนาดา จดเก็บไว้อ้างอิง ข้อมูลถึงวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การขอครั้งนี้ตามเอกสารเป็นการขอวีซ่าธุรกิจ แต่เนื่องจากจะต้องอยู่เกินช่วงที่ต้องทำธุระด้วย ข้อมูลนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์กับคนจะขอวีซ่าท่องเที่ยวไปด้วย

เอกสารที่จำเป็น

  • เอกสารคำเชิญจากฝั่งแคนาดา (กรณีนี้เป็นหนังสือเชิญร่วมงาน)
  • กรณีผมอยู่ต่อเพิ่มจากงานก็ทำเอกสารอธิบายเพิ่มเติมไปนิดหน่อยว่าจะทำอะไรต่อ
  • เอกสารทางการเงินให้ขอ หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และ รายการเดินบัญชีย้อนหลัง ของบัญชีธนาคารตัวเองเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยแจ้งว่าจะเอาไปใช้ขอวีซ่าแคนาดา เดี๋ยวธนาคารจะจัดให้เอง (ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาสัก 3 วัน แล้วแต่ธนาคาร) ไม่จำเป็นต้องเหลือเงินเยอะ ขอให้มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอ
  • หนังสือรับรองการทำงานจากที่ทำงาน หรือ หนังสือจดทะเบียนบริษัทกรณีเป็นเจ้าของกิจการ (ไปขอออนไลน์ได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
  • เอกสารใดๆ ก็ตามที่จะให้เชื่อได้ว่าเรามีภาระผูกพันที่ต้องกลับมาประเทศและไม่มีเจตนาหลบหนีไปหางานทำ ** ถ้าเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ขอหนังสือรับรองจากทางสถานศึกษา ** ถ้าเป็นนิสิต นักศึกษาจบใหม่ ยังไม่มีงานทำก็ขอหนังสือรับรองจาก sponsor ที่จะออกเงินให้ ** ถ้าเป็นนิสิต นักศึกษาจบใหม่ กำลังจะเริ่มงาน ก็ขอให้ที่ทำงานออกหนังสือให้หน่อยว่าจะกลับมาแน่ๆ นะจ๊ะ ** ถ้าเป็นวัยทำงาน ก็ขอหนังสือรับรองจากที่ทำงาน พ่วงไปด้วยเอกสารแสดงภาระหนี้สินต่างๆ :)
  • รูปขนาดตามข้อกำหนด
  • ดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์ม IMM 5257 และ IMM 5406 อันนี้ไม่ค่อยยาก ถ้ามี Adobe Reader ก็กรอกแล้วสั่งพิมพ์ได้เลย (บันทึกเก็บไว้ไม่ได้)
  • แคชเชียร์เช็คมูลค่า 2,400 บาท (สำหรับ Single Entry Visa) สั่งจ่าย สถานฑูตแคนาดา

ยื่นขอวีซ่าแคนาดา

  • สถานฑูตแคนาดาอยู่ที่ตึกอับดุลราฮิม วิธีเดินทางด้วย MRT ก็ลงสถานีสีลม BTS ก็สถานีศาลาแดง
  • ช่วงเวลายื่นขอวีซ่าคือ วันจันทร์ – วันพฤหัสฯ เวลา 07.30 – 10.00 น. ไปก่อนได้ก่อน
  • สำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อแคชเชียร์เช็คก็ซื้อได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ชั่นล่างตึกอับดุลฯ แต่ธนาคารเปิด 8.30 น. นะจ๊ะ
  • เอกสารครบแล้วก็ขึ้นไปชั้น 15
  • ขึ้นไปแล้วก็จะมีคนตรวจเอกสาร รับบัตรคิว แล้วเข้าไปนั่งรอ ช่วงรอเรียกคิวจะค่อนข้างช้า หาหนังสือไปอ่านด้วยก็ดี
  • เมื่อถึงคิวและยื่นแล้วก็จะได้ใบนัดมารับวีซ่า โดยทั่วไปก็ใช้เวลา 2 วันทำการในการพิจารณา (ขอจันทร์ได้พุธ ขอพฤหัสฯ ได้จันทร์)
  • วันรับวีซ่าก็ให้คนอื่นไปรับแทนได้ โดยฝากใบรับวีซ่าสีเขียวๆ ไปจ้า

จบละ