blog
7 July 2010 | 2 Comments
มา Firefox Summit งวดนี้เดินทางไกลที่สุดในชีวิต
- คืนวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม ออกจากบ้านประมาณสามทุ่มรถติดพอดู ถึงสุวรรณภูมิสี่ทุ่มกว่า
- เดินทางสิบสองชั่วโมงจากกรุงเทพฯ มาลอนดอน (โชคดีแฟนหนุ่มแฟนสาวคู่ข้างๆ หายไปไหนไม่รู้ทั้งคืนเลยนอนยาวสามที่นั่งสบายแฮ) นั่งหง่าวอีกหกชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเครื่อง
- เดินทางอีกสิบชั่วโมงจากลอนดอนมาแวนคูเวอร์ ออกบ่ายโมง (ลอนดอน) ถึงบ่ายสอง (แวนคูเวอร์)
- รอรถบัสอีกประมาณชั่วโมงแล้วนั่งมาอีกสองชั่วโมงเพื่อถึง Whistler ในวันที่ 6 กรกฎาคม เวลาประมาณ 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เมืองไทยก็ประมาณหกโมงเช้าของวันที่ 7 กรกฎาคม)
รวมเวลาเดินทางจากบ้านถึง Whistler ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 33 ชั่วโมง เจอ Jetlag มหาโหดต้องทนตื่นเพื่อนอนตามเวลาที่แวนคูเวอร์ (ช้ากว่าเมืองไทย 14 ชั่วโมง) เพิ่งปรับตัวได้เมื่อเช้านี้
Tagged in canada, moz10, trip
blog
23 June 2010 | 1 Comment
ตอนต่อจากวีซ่าแคนาดา เนื่องด้วยไม่รู้ว่าจะได้ไปแถวๆ นั้นอีกเมื่อไร เราก็ควรจะไปให้คุ้มด้วยการขอวีซ่าอเมริกาไว้อีกสักอัน ขั้นตอนค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ยาก ทำเองได้
ข้อมูลนี้เป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยว B1/B2 ข้อมูลถึงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เอกสารที่จำเป็น
- เอกสารส่วนตัวจะเหมือนของวีซ่าแคนาดา ลอกได้เลย
- รูปถ่ายให้เป็นไปตามข้อกำหนด
- ส่วนที่ต่างกับแคนาดาคือวีซ่าอเมริกาจะใช้การกรอกฟอร์ม DS-160 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทน ซึ่งจะมีขั้นตอนในการอัปโหลดรูปถ่ายขึ้นไปเลย (นั่นคือต้องมีรูปให้พร้อมเลยนะจ๊ะ) ฟอร์มนี้ใช้เวลากรอกค่อนข้างนานและ Timeout อยู่ที่ 20 นาที แนะนำให้บันทึกเป็นไฟล์เก็บไว้บ่อยๆ (มีปุ่มบันทึกในหน้าเว็บ) ผมใช้เวลากรอกไป 75 นาที (นานโพด)
- เมื่อกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จแล้วจะมีคำยืนยันส่งมาให้ทางอีเมล พิมพ์เก็บไว้
- เข้าจองเวลาสัมภาษณ์ โดยต้องมีการซื้อ PIN สำหรับการเข้าจองวันสัมภาษณ์ ผมเลือกซื้อ PIN ทางอินเทอร์เน็ต เข้าใจว่าซื้อจากที่ทำการไปรษณีย์ก็ได้
- เมื่อได้ PIN มาแล้วก็จะกรอกข้อมูลอีกเล็กน้อย ในหน้าสุดท้ายจะต้องกรอกหมายเลขฟอร์ม DS-160 ที่เรากรอกมาก่อนหน้านี้ด้วย
- เมื่อกรอกข้อมูลหมดแล้ว ก็จะมีหน้าจอให้เลือกวันสัมภาษณ์ แนะนำให้เผื่อเวลาก่อนเดินทางไว้อย่างน้อย 3 อาทิตย์
- เมื่อยืนยันวันสัมภาษณ์แล้วจะมีหน้ายืนยันวัน/เวลาที่สัมภาษณ์มาให้ (ของผมได้รอบ 7.45 น. ระบบบอกให้ไปก่อน 30 นาที)
- นำหมายเลขยืนยันไปชำระค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์ไทย (เกือบห้าพันบาท) แล้วจะได้ใบแจ้งว่าชำระค่าวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
ยื่อขอวีซ่าอเมริกา
- สถานฑูตอเมริกา อยู่ตรงช่วงกลางของถนนวิทยุ การเดินทางมาได้สองทิศทางคือ จาก BTS เพลินจิตหรือจาก MRT ลุมพินี ทั้งสองทางไกลพอกัน แนะนำให้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามา
- หน้าสถานฑูตมีคนเข้าแถวรอกันเยอะแยะ สังเกตดูดีๆ ว่าบางคนมายืนต่อแถวรอเวลานัดของตัวเอง ถ้าใกล้ถึงเวลาของตัวเองก็เดินเข้าไปหน้าประตูเลยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเรียกคิวคนในเวลาช่วงนั้นๆ เข้าไป
- จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเบื้องต้นและตรวจว่าเราได้จองวันสัมภาษณ์ไว้วันนี้ และรับฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมทั้งตรวจอาวุธ
- เมื่อเข้าไปในบริเวณสถานฑูตจะเจอบริเวณตรวจเอกสารจุดที่ 2 ตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดเอกสารที่จำเป็นในการขอวีซ่าอเมริกาไว้ในซองที่จัดไว้ให้
- ผ่านตรงนี้ไปได้จะเจอจุดตรวจสอบตัวตน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจเอกสาร DS-160 ที่เรากรอกไว้ สแกนลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้วและถามถึงภาษาที่จะเลือกใช้ในการสัมภาษณ์ รวมถึงได้บัตรคิว
- เสร็จแล้วจะเข้าไปรอในโถงสัมภาษณ์ รอเรียกบัตรคิวที่ไม่เรียงตามหมายเลข
- เมื่อได้เรียกคิวแล้วก็จะเข้าไปตามช่องสัมภาษณ์ที่ถูกเรียก ผมเลือกสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเจอฝรั่งพูดไทยได้ คุยกันสองนาทีได้วีซ่ามาสิบปีจ้า
Tagged in america, trip, visa
blog
20 June 2010 | 6 Comments
ประสบการณ์การขอวีซ่าเข้าประเทศแคนาดา จดเก็บไว้อ้างอิง ข้อมูลถึงวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553
การขอครั้งนี้ตามเอกสารเป็นการขอวีซ่าธุรกิจ แต่เนื่องจากจะต้องอยู่เกินช่วงที่ต้องทำธุระด้วย ข้อมูลนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์กับคนจะขอวีซ่าท่องเที่ยวไปด้วย
เอกสารที่จำเป็น
- เอกสารคำเชิญจากฝั่งแคนาดา (กรณีนี้เป็นหนังสือเชิญร่วมงาน)
- กรณีผมอยู่ต่อเพิ่มจากงานก็ทำเอกสารอธิบายเพิ่มเติมไปนิดหน่อยว่าจะทำอะไรต่อ
- เอกสารทางการเงินให้ขอ หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และ รายการเดินบัญชีย้อนหลัง ของบัญชีธนาคารตัวเองเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยแจ้งว่าจะเอาไปใช้ขอวีซ่าแคนาดา เดี๋ยวธนาคารจะจัดให้เอง (ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาสัก 3 วัน แล้วแต่ธนาคาร) ไม่จำเป็นต้องเหลือเงินเยอะ ขอให้มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอ
- หนังสือรับรองการทำงานจากที่ทำงาน หรือ หนังสือจดทะเบียนบริษัทกรณีเป็นเจ้าของกิจการ (ไปขอออนไลน์ได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
- เอกสารใดๆ ก็ตามที่จะให้เชื่อได้ว่าเรามีภาระผูกพันที่ต้องกลับมาประเทศและไม่มีเจตนาหลบหนีไปหางานทำ
** ถ้าเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ขอหนังสือรับรองจากทางสถานศึกษา
** ถ้าเป็นนิสิต นักศึกษาจบใหม่ ยังไม่มีงานทำก็ขอหนังสือรับรองจาก sponsor ที่จะออกเงินให้
** ถ้าเป็นนิสิต นักศึกษาจบใหม่ กำลังจะเริ่มงาน ก็ขอให้ที่ทำงานออกหนังสือให้หน่อยว่าจะกลับมาแน่ๆ นะจ๊ะ
** ถ้าเป็นวัยทำงาน ก็ขอหนังสือรับรองจากที่ทำงาน พ่วงไปด้วยเอกสารแสดงภาระหนี้สินต่างๆ
- รูปขนาดตามข้อกำหนด
- ดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์ม IMM 5257 และ IMM 5406 อันนี้ไม่ค่อยยาก ถ้ามี Adobe Reader ก็กรอกแล้วสั่งพิมพ์ได้เลย (บันทึกเก็บไว้ไม่ได้)
- แคชเชียร์เช็คมูลค่า 2,400 บาท (สำหรับ Single Entry Visa) สั่งจ่าย สถานฑูตแคนาดา
ยื่นขอวีซ่าแคนาดา
- สถานฑูตแคนาดาอยู่ที่ตึกอับดุลราฮิม วิธีเดินทางด้วย MRT ก็ลงสถานีสีลม BTS ก็สถานีศาลาแดง
- ช่วงเวลายื่นขอวีซ่าคือ วันจันทร์ – วันพฤหัสฯ เวลา 07.30 – 10.00 น. ไปก่อนได้ก่อน
- สำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อแคชเชียร์เช็คก็ซื้อได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ชั่นล่างตึกอับดุลฯ แต่ธนาคารเปิด 8.30 น. นะจ๊ะ
- เอกสารครบแล้วก็ขึ้นไปชั้น 15
- ขึ้นไปแล้วก็จะมีคนตรวจเอกสาร รับบัตรคิว แล้วเข้าไปนั่งรอ ช่วงรอเรียกคิวจะค่อนข้างช้า หาหนังสือไปอ่านด้วยก็ดี
- เมื่อถึงคิวและยื่นแล้วก็จะได้ใบนัดมารับวีซ่า โดยทั่วไปก็ใช้เวลา 2 วันทำการในการพิจารณา (ขอจันทร์ได้พุธ ขอพฤหัสฯ ได้จันทร์)
- วันรับวีซ่าก็ให้คนอื่นไปรับแทนได้ โดยฝากใบรับวีซ่าสีเขียวๆ ไปจ้า
จบละ
Tagged in canada, trip, visa