ต่อจากตอนที่ 1 เหตุผลที่มันเพิ่งจะโผล่มาตอนนี้เราจะไม่พูดถึงมัน
ตอนที่แล้วเราพูดถึงองค์ประกอบหลัก 4 ส่วนของ Open Web Platform ของ Mozilla
- เว็บเบราเซอร์ คือ Firefox และ Fennec
- Firefox Sync
- เทคโนโลยีเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML5, CSS3 หรือ JägerMonkey, Jetpack
- ชุมชน
เว็บเบราเซอร์
สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงเมื่อเราพูดถึง Mozilla (นอกจากการเป็นผู้ดูแลข้อกำหนดของ JavaScript และก๊อดซิลล่าแดง) คือ Mozilla Firefox ซึ่ง Mozilla วางให้เป็นช่องทางในการเข้าสู่โลกของ Open Web Platform โดยเริ่มจากการทำให้ Firefox 3.6 รองรับ HTML5 และ CSS3 เช่น tag video หรือ audio เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสื่อวิดีโอหรือสื่อเสียงได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม ซึ่งจะรองรับความสามารถอื่นๆ มากขึ้นไปอีกใน Firefox 4 ที่จะออกปลายปีนี้ ซึ่งในงานได้โชว์การแสดงภาพ 3 มิติผ่าน WebGL ทั้งบน Firefox และ Fennec การเข้าถึงข้อมูลเสียงผ่าน Audio Data API ในการสร้าง speech synthesis จาก JavaScript และ HTML หรือแม้กระทั่งการโชว์วิดีโอ Flight of Navigator ที่เป็นวิดีโอ 3 มิติที่สร้างผ่าน WebGL และ render Twitter Feed แบบ realtime มาไว้บนวิดีโอ ซึ่งอันนี้สุดยอดมาก คนร่วมงานปรบมือให้ทั้งฮอลล์
นอกจากนั้นยังมีการโชว์ Mozilla Fennec ซึ่งเป็นเว็บเบราเซอร์ที่ใช้ Gecko Core แบบเดียวกับ Firefox โดยเป้าหมายของ Mozilla คือการพยายามสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ไร้ตะเข็บให้กับทั้งผู้ใช้ Firefox บนคอมพิวเตอร์และผู้ใช้ Firefox บนอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ ผ่าน Firefox Sync ซึ่งความสามารถของ Fennec ก็จะทำได้ใกล้เคียงกับ Firefox โดย Fennec นั้นรองรับ HTML5, CSS3, WebGL ฯ ใครใช้ Android ลองไปโหลดมาเล่นดูได้ที่นี่ ผมลองกับ Nexus One แล้วยังอืดๆ อยู่ คงต้องรออีกสักพักกว่าจะใช้งานได้อย่างลื่นไหลจริงๆ
หลัง Session ของ Fennec ผมเดินไปคุยกับนักพัฒนาของ Fennec เพื่อถามเรื่องภาษาไทยและ Localisation เขาก็บอกมาทันทีเลยว่าภาษาไทยมันถูกแก้ไปตั้งแต่ Firefox 3.5 แล้วนี่ Fennec บน Android ก็ต้อง
Firefox Sync
Firefox Sync เดิมชื่อ Mozilla Weave เป็นส่วนเสริมที่อธิบายได้สั้นๆ คือเป็นตัวช่วยเก็บประวัติการเข้าถึงเว็บ แท็บ รวมไปถึงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน เพื่อช่วยให้เราย้าย “หน้าจอ” ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เราเปิดแท็บของเว็บที่เราอยากอ่านไว้ที่ Firefox บนคอมพิวเตอร์ แต่จำเป็นต้องเดินทางออกไปข้างนอก เราก็สามารถเข้าถึงแท็บที่เปิดนั้นผ่าน Fennec บนโทรศัพท์มือถือได้ นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงประวัติการเข้าถึงข้ามไปมาระหว่างอุปกรณ์ได้อีกด้วย ในอนาคตตัว Sync เองก็จะมีการเก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น App Tab หรือ Panorama Session เก็บไว้ด้วย
เทคโนโลยีเสริมต่างๆ
อย่างที่บอกไปว่า Firefox ได้มีการรองรับเทคโนโลยีเปิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML5, CSS5, WebGL, Audio Data API เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการใช้งานโปรแกรม native บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าการเป็นแค่ HTML ที่มีไว้แค่ทำ presentation layer (นึกถึง GMail) จึงทำให้ Mozilla เองต้องมีเทคโนโลยีเสริมตัวอย่างเช่น
- JägerMonkey ตัวประมวลผล JavaScript ตัวใหม่ที่เอามาแข่งกับ V8 ของ Google Chrome เพื่อรองรับงาน JavaScript โหดๆ ได้ดีขึ้น โดยบนเวทีมีโชว์ animation ของมด + AI engine ที่เขียนโดย JavaScript ระหว่าง Firefox 4 Beta กับ Google Chrome, Safari และ Opera ปรากฎว่ามีแต่ Firefox 4 อันเดียวที่ผ่าน เรียกเสียงเฮกันได้ทั้งฮอลล์อีก
- Jetpack เป็นโครงสร้างการสร้างส่วนเสริมใหม่ของ Firefox ที่เปลี่ยนจากการใช้ XUL มาเป็น HTML และ JavaScript แทน ซึ่งทำให้การพัฒนาส่วนเสริมทำได้สะดวกขึ้น
- Rust ภาษาใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลเว็บเบราเซอร์แบบขนาน!
ลูกพี่โชว์เขียนส่วนเสริมของ Firefox ในสี่นาที ไปลองเล่นกันได้ที่ https://builder.mozillalabs.com/
ชุมชน
เนื่องจาก Mozilla เป็นองค์กรโดยมีชุมชนคอยช่วยขับเคลื่อน ซึ่งชุมชนเป็นกลไกสำคัญทั้งในส่วนของการพัฒนาและการช่วยผลักดัน Open Web Platform ให้เกิดขึ้นได้
ข้อดีของ Open Web ที่ฝั่งผู้ใช้จะได้ประโยชน์แน่ๆ ก็คือการไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีใดๆ ลองนึกถึงสมัยที่เว็บไซต์ถูกพัฒนาและมีป้ายบอกว่า “ใช้ได้ดีกับ XXX เท่านั้น” แต่ Open Web เป็นการสร้างเว็บให้เข้ามาตรฐานเปิดที่ดูแลโดยองค์กรอิสระต่างๆ และการเข้าถึงเว็บผ่านช่องทางที่สร้างไว้ให้รองรับมาตรฐานเปิดนั้นๆ เป็นผลให้ผู้ใช้มีเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้งานเว็บ รวมไปถึงการที่ผู้ใช้มีเสรีภาพในการเลือกใช้งานช่องทางการเข้าถึงเว็บอีกด้วย
ตอนที่ 3 จะมาเล่าให้อ่านถึงงานอื่นๆ นอกจากการเสนอวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีจ้ะ


