Don’t just rant, listen

ผมคิด — ไปมา — อยู่หลายทีว่าจะเขียนบล็อกนี้อย่างไรดี สุดท้ายก็ได้ความว่าเขียนไปเลยเถอะ คิดมากเดี๋ยวไม่ได้เขียน :)

ผมไม่ใช่คนกรุงเทพฯ ผมไม่กล้าขับรถแถวๆ กลางเมืองเพราะกลัวหลง ผมเป็นคนสิงห์บุรีที่มาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ได้สักพักหนึ่ง นานพอจนจะจับลมหายใจของกรุงเทพฯ และคนกรุงเทพฯ ได้ อนึ่งเนื้อหาในบล็อกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสถานะการณ์การเมืองในปัจจุบัน

ครั้งแรกที่เห็นม็อบในกรุงเทพฯ น่าจะเป็นช่วงสมัย ม.ต้น ที่ตอนนั้นมีกลุ่มสมัชชาคนจนมาตั้งแคมป์กันตรง ก.พ. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ความรู้สึกตอนนั้นไม่ต่างกับตอนที่ผมเห็นการประท้วงหลายๆ ครั้งที่ต้องมีการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น — หงุดหงิดปนรำคาญ

จนมาวันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนได้มีโอกาสได้ไปอยู่ในวงนั่งร่วมคุยกับจานพิดเด็กแนว หัวข้อจำไม่ได้ แต่ประเด็นสั้นๆ เรื่องทำไมต้องมาประท้วงในไม่กี่นาทีที่จานพิดเด็กแนวเล่าให้ฟัง ทำให้มุมมองอันคับแคบเดิมของผม ได้รู้ถึงอีกมุมหนึ่งของการประท้วง

ข้างล่างเป็นการถอดเสียงจากวิดีโอในกรณีที่ดูวิดีโอไม่ได้ บริบทโดยรวมยังอยู่ครบยกเว้นจุดที่ฟังไม่ออกสองหนึ่งจุด และตัวหนาเอียงเน้นโดยผมเอง

เหตุผลที่มาประท้วงถามว่ารถติดไหม — รถติด — สิ่งแรกที่เราต้องเข้าใจคือต้องเข้าใจเขาก่อน คืออย่าเพิ่งคิดว่าเราดี เราต้องเข้าใจเข้าก่อนว่าเขามองเราอย่างนั้นจริงๆ และมันการรถติดจริงไหม — จริง — และเรามาทำไม — เรามาทำให้รถติด ใช่ — แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น ผมคิดว่าสิ่งสำคัญของเราคือว่า เราต้อง — ภาษาอังกฤษเขาเรียก confront — คือว่าเราต้องเผชิญหน้ากับอคติที่เขามีกับเรา เราตอบเขาบนอคติอันนั้นเลย ไม่ใช่ว่าไปทำเรื่องแง่งามอื่นๆ ในม็อบ ผมมาทำให้คุณรถติด — ทำไม — อธิบายว่า

1. ผมมาทำให้คุณรถติดเพราะว่า กระบวนการแก้ปัญหาที่ท้องถิ่นมันทำไม่ได้ แล้ว
2. การทำให้รถติดเพราะกระบวนการแก้ปัญหาการตัดสินใจจริงๆ มันอยู่ที่นี่ อยู่ในสภา อยู่ในทำเนียบ และอยู่ในหัวใจของคนทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ของพวกคุณที่คุณเห็นว่าพวกผมไม่มีค่าอะไรแล้วมาทำให้คุณรถติด
3. การทำให้คุณรถติดนั้นเป็นการดึงความสนใจและให้พวกคุณเห็นว่า ผมเพียงแค่ทำให้ผมรถติดแต่คุณทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนทั้งชีวิต ผมเรียกร้องหัวจิตหัวใจของคุณให้เข้าใจว่า ความทุกข์ที่คุณมีกับรถติดกับความทุกข์ของผมที่มี เราอยู่ในสังคมเดียวกัน คุณเห็นใจผมไหม คุณคือผู้มีอำนาจ

เราเผชิญหน้ากับอคติที่เขามี เรากล้าออกไปยืนบอกเขา

ทุกวันนี้ผมก็หงุดหงิดอยู่บ้าง แต่น้อยลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ ทุกครั้งที่ผ่านกลุ่มผู้มาเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ลองมองตาเขา อาจจะอ่านได้ว่า ฟังกูบ้าง ก็ได้