รักจัดหนัก

ได้ไปดูรอบสื่อมาเมื่อต้นสัปดาห์ ตอนนี้เขาฉายไปแล้ว 3 วันยังไม่สายสำหรับการเล่าให้อ่าน ทั้งนี้เป็นมุมมองของผมผู้ซึ่งดูนเรศวร ๔ สนุกกว่านเรศวร ๓ , ดูสุดเขตสเลดเป็ดหลับตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ, ดูหนังเป็นเอกไม่รู้เรื่องสักเรื่อง และ ไม่เคยดูหนังอภิชาติพงศ์

รักจัดหนัก (Love, Not Yet – เว็บไซต์ http://lovenotyet.com) เป็นหนังที่ประกอบเป็นหนังเรื่องย่อย 3 เรื่อง แต่ละเรื่องอยู่บนพื้นฐานของการเล่าถึงความสัมพันธ์ ทั้งทางสังคมและทางเพศ ของวัยรุ่นอายุช่วง ม.ปลาย – มหาวิทยาลัยปี 1 โดยมีพื้นฐานจากเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้วในสังคม อำนวยการสร้างโดยบริษัท ออก-ไป-เดิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทางสังคมที่มีเป้าหมายในการสร้างหนังที่สะท้อนปัญหาสังคมเพื่อสร้างการตระหนักถึงปัญหานั้นๆ เพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาในอนาคต

ผมจะไม่ลงถึงรายละเอียดแต่อยากเล่าถึงอารมณ์โดยรวมของหนังแต่ละเรื่อง ประมาณนี้

  • ทั้งสามเรื่องมีพื้นฐานการเล่าที่คล้ายกันคือ หากเอากันแล้วท้องโดยไม่คาดคิด เรา (ทั้งคนเอาและให้เอา) จะรับมือมันอย่างไร
  • ทั้งสามเรื่องมีอารมณ์ที่ต่างกัน แต่หากคนที่อยู่ในวัยเดียวกับตัวละครหรือเคยผ่านวัยนั้นมา จะนึกตามได้และอาจจะ “อิน” ว่าอารมณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร
  • ตัวหนังไม่ได้ชี้ชัดหรือตัดสินด้วยกรอบ “ศีลธรรม” ที่คนบางกลุ่มในสังคมมักจะใช้กัน แต่หนังเลือกที่จะใช้วิธีการจบแบบปลายเปิดนิดๆ ให้คนดูคิดตาม/คิดต่อ ว่าทางออกคืออะไร
  • ผมสนุกกับทุกเรื่องที่นำเสนอ พยายามจะสังเกตว่าที่สนุกเป็นพิเศษเพราะว่า รู้จักกับพี่หมู (Producer ของหนัง) หรืออะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แต่ก็พบว่าเป็นเพราะหนังนำเสนอด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม นักแสดงถึงจะแสดงแข็งไปนิดแต่ดูแล้วก็เหมือนเรานั่งดูเหตุการณ์ที่มีเพื่อนที่ไม่มีจริตในการแสดง
  • แต่ด้วยการนำเสนอที่ตรงไปตรงมา คนที่คาดหวังจะให้หนังมีจุดหักมุมหรือพลิกผลันให้ร้อง “เหยด” อาจจะไม่มี แต่ผมเชื่อว่าด้วยอารมณ์ของหนัง และการสื่อสารของหนังจะทำให้ดูแล้วสนุกได้ไม่แพ้กัน
  • ตัวหนังบอกว่าเป็นหนังที่เด็กควรแนะนำให้ผู้ปกครองดู ซึ่งเห็นด้วยเป็นอย่างมาก จริงๆ แล้วควรจะมีการเดินสายไปให้นักเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยในที่ที่เข้าถึงโรงหนังยากได้ดูด้วย
  • สาวๆ ในเรื่องน่ารักมาก

สรุปว่า เป็นหนังที่น่าเสียเงินเข้าไปดูหากสนใจจะสนับสนุนหนังประเด็นหนักๆ และไอเดียการสร้างหนังที่ไม่ผ่านค่ายหนังขนาดใหญ่ ขอให้ฉายยืนโรงได้นานๆ จ้า

(ภาพประกอบจาก http://lovenotyet.com ลิขสิทธิ์โดย บริษัท ออก-ไป-เดิน จำกัด)

บ้านฉันตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)

เพิ่งพบว่าช่วงปีที่แล้วซื้อ DVD หนังเก็บไว้เยอะมาก เพิ่งมาพบเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่าซื้อมาแล้วกองเก็บไว้ไม่ได้ดู เราจึงควรดูของเก่าให้หมดเสียก่อน

บ้านฉันตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) เป็นหนังที่ไม่คิดจะดูตั้งแต่แรก แต่อ่านเจอใจ (คุ้นๆ ว่า) ไบโอสโคป ว่าแนะนำให้ดู และตอนหนังฉายเมื่อต้นปีก็คุ้นๆ เห็นว่าสนับสนุนโดยมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ที่โอเพ่นดรีมเคยไปช่วยวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ เลยซื้อมาดองไว้อย่างที่บอกไว้ข้างต้น

  • เนื้อเรื่องง่ายๆ ว่าด้วย ความรัก ของพ่อที่ลูกคิดว่าพ่อไม่รัก ของลูกที่รักสาวที่อายุมากกว่า
  • จำได้เลาๆ ว่าตอนโฆษณาเน้นขายความตลก มากกว่าแก่นหลักที่เกี่ยวกับครอบครัว มีเครือข่ายครอบครัวโผล่มานิดหน่อย เลยน่าจะถูกมองว่าเป็นหนังตลก อันนี้เข้าใจว่าฝั่ง PR ต้องตอบโจทย์กระแสหลัก
  • บทไม่มีอะไรหวือหวา แต่มุมกล้อง แสง และการตัดต่อไหลลื่นเยี่ยมมาก
  • เนื้อเรื่องอยู่ที่ลพบุรีเป็นหลัก ซึ่งควรจะคุ้นตาเพราะผมเคยเรียนที่นั่นมาสองปี แต่ในหนังนำเสนอภาพเมืองได้แปลกตาสวยดี
  • น้องๆ ในเรื่องแสดงได้เก่งมาก
  • พอลล่าน่ารักมาก!
  • แนะนำให้ดูกันทั้งครอบครัว เหมาะกับทั้งพ่อสอนลูกและลูกสอนพ่อ

The day the earth stood still

เขาเข้าฉายกันไปนานชาติ เราเพิ่งจะได้ดู

  • เป็นหนังที่คนใช้ Firefox ต้องดู
  • หนังค่อนข้างสั้น ยาวกว่า animation นิดหน่อย แต่ก็กระชับดี
  • ในวิกิพีเดียท่านว่าไว้ว่า “heavy on special effects, but without a coherent story at its base” ซึ่งก็เห็นด้วย
  • โฆษณาแฝงเยอะมาก เท่าที่จำได้แบบจะจะก็คือ ฮอนด้า แมคโดนัลด์ วินโดวส์วิสต้า อินเทลเซ็นทริโน แมคคาเฟ่ โทรศัพท์แอลจี นาฬิกาไซโก้(?) (สองอันนี้โผล่ต่อกันแบบน่าเกลียดโพด) โค้ก ซัมซุง ฯ
  • เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี สวย
  • จริงๆ แล้วดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้

Avatar

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูหนังในโรงเท่าใดนัก ประจวบเหมาะกับหลงคำโฆษณาของหนังที่เห็นหลายทีในโทรทัศน์เลยต้องเป็นเหยื่อของการตลาดที่ดีเสียหน่อย :-D

ความคาดหวังก่อนไปดูเป็นประมาณนี้

  • เด็ก (ยังอายุน้อยอยู่นะ) ยุค Jurassic Park อย่างผมเฉย ๆ กับ CG มานานแล้ว
  • ได้ดูที่ไหนมาไม่รู้ว่า James Cameron เป็นนักประดิษฐ์ บวกกับเคยดูสารคดีเบื้องหลัง TITANIC เลยมีความหวังว่าจะเห็นอะไรแปลก ๆ
  • ความคาดหวังกับ CG คาดไว้ประมาณไปดู Shrek
  • ไม่ได้คาดหวังเรื่องบท

เห็นหลายสำนักเขาวิจารณ์กันไปแล้วก็ไม่ขอวิจารณ์ซ้ำ แต่มีความเห็นรวม ๆ ประมาณนี้

  • เนื่องจากเห็น CG ที่คิดว่าเทพตั้งแต่ Matrix, Lord of The Rings มาแล้วต้องบอกว่า CG ของ Avatar ก็ถือว่าอยู่ในระดับเหนือกว่าพอสมควรเมื่อเทียบกับเวลาที่ผ่านมา
  • Production Design เทพมาก เมื่อรวมกับ CG และแสงเมลืองมลังในฉากกลางคืน มันทำให้ความเทพเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เท่า
  • Cameron ไปให้นักภาษาศาสตร์เพื่อคิดภาษา Na’Vi มาโดยความต้องการของ Cameron คือฟังแล้วไม่นึกถึงภาษาใด ๆ ของมนุษย์แต่นักแสดงพูดได้
  • ดูจากความลึกของ Pandora หรือ Na’Vi แล้วเดาว่า Cameron ต้องทำภาคต่อและขยายจักรวาล Pandora แน่นอน
  • สิ่งที่น่าเป็นห่วงของภาคต่อคือ ในขณะที่ความคาดหวังของ CG ได้ถูกยกระดับขึ้นมาแล้วจะแก้เรื่องบทที่ดูแล้วธรรมดาได้อย่างไร
  • แปลกใจว่าไม่มีใครเอะใจเรื่องวิธีการขึ้นขี่ไอ้โทรุกที่มันง่ายขนาดนี้เลยเรอะ

จบจ้ะ