Switch away from Drupal

I’m switched away from my beloved CMS, Drupal, to HTML and Markdown.

Well, I’m still the big supporter of Drupal as well as my colleagues at Opendream. But 3 years with something great, something work out-of-the-box, somehow, slow your passion down (I’m that kind of person).

I was thought about how to write blog entries with separated decoration and context. With Drupal, Markdown works great, but all of your entries are in MySQL. My blog is just a simple HTML therefore fancy hooks are bloat.

Fortunately, It’s a blog-aware, static site generator named Jekyll available. Jekyll is simple enough to not-too-beginer users, all are just HTML and Markdown or Textile. With Jekyll, I can create my static HTML template and write all of my contents in Markdown, SO. SIMPLE.

With a simple script to export all of my Drupal’s nodes into .markdown template file, plus small YAML configuration, I can set my all static HTML site up within 4 hours.

Even I’m using a static HTML, you still can make a comment on the site with Disqus, amazing.

Hope this rebooting could motivate me to be the more frequent blogger :-P .

Sustainable Community

เมื่อวันก่อนไปประชุมแผนงาน CC ประเทศไทย มา มีการยกประเด็นที่น่าจะเป็นประเด็นสามัญร่วมกันของการจัดการชุมชนที่รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ แบบอาสาสมัครขึ้นมา เลยเอามาจดเก็บไว้หน่อย ความคิดค่อนข้างกระจัดกระจายไม่ได้เรียบเรียง แต่หยิบ bullet หลัก ๆ ที่นึกได้มาแปะไว้

  • CC ประเทศไทย มีเจ้าภาพอย่างเป็นทางการที่เป็นองค์กรอยู่สองแหล่งคือสำนักงานกฎหมายธรรมนิติ และ ChangeFusion (TRN เดิม) โดยที่เหลือเป็นอาสาสมัครที่เป็นบุคคล เช่น อาท ผมเข้าใจว่าน่าจะมีการสนับสนุนด้านเงินทุนกิจกรรมช่วงเริ่มต้น (เช่นไปออกบูธที่งาน ComWorld ตอนปี 2007) และค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการ port สัญญาร่างกันอยู่
  • เมื่อทำการ port เสร็จแล้ว มันก็จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อทำงานในด้าน evangelist และงานด้านกิจกรรมรณรงค์ เพื่อขยายฐานผู้ใช้ CC ซึ่งจะต้องมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแล้วเราสามารถใช้รูปแบบการดำเนินงานแบบอาสาสมัครได้ แต่การเท่าที่สังเกตมาการอาสาเป็นการทำงานที่ต้นทุนต่ำผลสัมฤทธิ์ค่อนข้างสูง (เพราะมาด้วยใจ) แต่มักจะไม่ค่อยยั่งยืนในระยะยาวมาก ๆ วิธีแก้ก็ต้องต้องมีทุนมาคอยสนับสนุน
  • ในการหาทุนสนับสนุนนั้นจริง ๆ แล้วจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะมีองค์กรที่คอยสนับสนุนงานลักษณะนี้อยู่เยอะทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ แต่ปัญหาก็คือโดยมากทุนพวกนี้จะ commit ไว้ในระยะสั้นถึงปานกลาง 1-3 ปี ทำให้ต้องคอยหาแหล่งทุนใหม่อยู่เสมอ ๆ
  • ไป๋ ไปประชุม CC ฝั่งเอเชียแปซิฟิคที่ฟิลิปปินส์มาเล่าให้ฟังว่าทาง CC เกาหลีใต้ จัดการเรื่องนี้ได้ด้วยการเปิดรับบริจาคจากประชาชนทั่วไปเพื่อดำเนินงาน CC และผู้บริจาคจะได้สิทธิในการโหวตเพื่อตัดสินใจใด ๆ ในการดำเนินงาน CC ยังไม่แน่ใจว่าสัดส่วนของการรับบริจาคกับเงินที่ต้องใช้ในการดำเนินงานทั้งหมดเป็นเท่าใด แต่สิทธิในการโหวตจะทำได้ถึงขนาดไหน แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจในการหาแหล่งทุนมาเสริมการดำเนินงาน ความเห็นส่วนตัวคิดว่าการบริจาคถึงแม้จะดูแล้วเหมือนไม่ยั่งยืน แต่ก็เป็นการสร้างแฟนและความมีเจ้าของร่วมในสิ่งที่ผู้บริจาคได้บริจาคไป โดยแฟน ๆ พวกนี้จะเป็น evangelist แต่ไป ซึ่งสามารถลดภาระการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานกลางได้พอสมควร
  • เลยมานึกต่อว่าแล้วในกรณี CC ไทยจะทำเปิดรับบริจาคบ้างเพื่อนำมาดำเนินงาน ก็อาจจะช่วยเหลือการดำเนินงานทั่วไปได้บ้าง ดูกรณี APC 2008 ก็พอมีความหวัง แต่อาจจะต้องจัดการเรื่องการมีสิทธิเหนือการดำเนินงานให้ดี ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องหาทางที่สามารถให้ทำงานให้ได้อย่างยั่งยืนไปด้วย อาจจะมี CC Store เพื่อขายของที่ระลึกหรือคงต้องให้ได้รับการสนับสนุนระยะยาวจากกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งยังนึกไม่ออกว่าจะไปทางไหนดี

เกร็ดเพิ่มเติม รัฐบาลออสเตรเลียได้เป็นกลุ่มผู้ใช้กลุ่มแรก ๆ ของ CC ออสเตรเลีย และรัฐบาลอีกหลาย ๆ ประเทศ เช่น อเมริกา ก็เช่นกัน เป็นที่น่าสนใจว่าทำไม และทำอย่างไรประเทศไทยจึงจะสามารถปรับ paradigm ของกลุ่มผู้มีอำนาจรัฐเพื่อปรับใช้ CC ได้ ซึ่งบ้านเรามีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของทางราชการอยู่แต่ว่าหลาย ๆ เป็น Copyrighted น่าจะต้องมีการทุบโต๊ะจากระดับบนลงมาเพื่อการบังคับใช้อย่างแพร่หลาย