กระดูกหัก 104
ต้อง 104 เพราะว่าหักมาแล้ว 4 ครั้งในชีวิต เขียนเก็บไว้เผื่อเป็น primary diagnostic ได้
อนึ่งผมเป็นวิศวกร ดังนั้นอย่าเชื่ออะไรมาก นี่เป็นแค่ประสบการณ์ส่วนตัวเฉยๆ
กระดูกหักทั้ง 4 ครั้งเป็นดังนี้
ครั้งที่ 1 กระดูกแขนขวาหักเมื่อตอน ป. 2 ตอนนั้นวิ่งสะดุดเชือก หกล้มเอาแขนท้าวพื้น หลังจากนั้นอีกหน่อยแล้วพบว่า มือชามาก ที่บ้านพาไปหาหมอ หมอก็จับเข้าเฝือกเสียหลายเดือน
ครั้งที่ 2 กระดูกข้อมือขวาแตกเมื่อตอน ป. 5 อันนี้ซ่า อยากลองวิ่งเข้าหากำแพงแล้วตีลังกากลับหลังด้วยการไต่กำแพง ก็ไปลองกับต้นก้ามปูในโรงเรียน ผลคือวิ่งได้ประมาณสองก้าวก็ลื่น มือท้าวพื้นอีก ชาเหมือนเดิม วิ่งไปหาครูแล้วก็เข้าเฝือกตามสเต็ป
ครั้งที่ 3 ตอนเรียนมหาวิทยาลัย อันนี้ก็เชิงงี่เง่า ไปกระโดดลงทะเลแข่งกับน้องๆ ที่บ้าน แล้วลงผิดท่า เท้าซ้ายบิดออกมาข้างนอกตัว บิดกลับได้สักพักก็ปวดมากและบวม เริ่มจับทางได้แล้วว่ากระดูกแตกแน่แต่ทำเนียนเดินทนไปวันกว่าๆ จนบวมเป็นเท้าช้างเลยต้องไปหาหมอ กระดูกข้อเท้าแตกเข้าเฝือกไปหลายเดือน
ครั้งที่ 4 ล่าสุดนี่ก็งี่เง่าเกินบรรยาย เมื่อไม่กี่วันก่อนกระโดดลงจากเตียงสองชั้นเพื่อมารับโทรศัพท์ตอนเช้า ลงพื้นด้วยข้างเท้าด้านซ้าย จำไม่ได้ว่าท่าไหนแต่เจ็บมาก รับโทรศัพท์ไม่ทันอีกต่างหาก ตะเกียกตะกายขึ้นไปนอนต่อ ตื่นมาเจ็บ บวม ครบสูตร วันรุ่งขึ้นแรดไปเดินอีกหลายกิโลเมตร หลอกตัวเองว่ามันแค่กล้ามเนื้ออักเสบ ที่ไหนได้วันที่สามนี่บวมโคตร ไปหาหมอ หมอจิ้มสองจึ้กฟันธงว่ากระดูกหัก ต้องเข้าเฝือกไปสิบอาทิตย์ อนิจจา
ประเด็นคือต้องการเก็บอาการเด่นหลังอุบัติเหตุไว้ ถ้าหากเจออุบัติเหตุลักษณะนี้แล้ว ชา ปวด บวม นี่เดาไว้ก่อนเลยว่ากระดูกหักแน่
เตรียมใช้ชีวิตโลดโผนไว้ ตอนนี้กำลังฝึกการใช้ canadian cane (เห็นหมอเขาเรียกว่าอย่างนั้น) อยู่
