City for Everybody

blog 21 April 2010 | 2 Comments

ผมอยู่ในโหมดกึ่งทุพลภาพอยู่เกือบแปดอาทิตย์ ได้ลองเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำงานตามปกติแต่สุขภาพไม่อำนวย ได้ลองวิถีการใช้ชีวิตในเมืองจากมุมมองของ (อย่างน้อย — ผมหวังว่า) ผู้ทุพลภาพทางขาที่เดินทางไม่สะดวก

วันแรกของการเดินทางคือการเดินทางจากโรงพยาบาลด้วยไม้ค้ำยันขึ้นรถไฟฟ้าทั้งลอยฟ้าและใต้ดิน พบว่าเมืองที่ผมอาศัยอยู่มาหลายปีนั้นช่างไม่เอื้อกับการเดินทางของบุคคลทุพลภาพเอาเสียเลย เริ่มตั้งแต่ทางเท้าที่ต่างระดับมหาศาล ยังไม่รวมถึงทางเท้าที่ไม่พร้อมให้บริการเพราะอยู่ภายใต้การซ่อมแซมตลอดกาลและวัตถุต่างๆ ที่ถูกติดตั้งไว้ (อาทิเช่น ตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรณีย์ หรือบางทีก็มีหัวฉีดดับเพลิงที่ถูกฝังจนถึงหัวจ่ายน้ำ) กีดขวางการเดินทาง

นี่ยังไม่รวมถึงบริการขนส่งมวลชนลอยฟ้าที่ไม่มีลิฟต์ทุกสถานี (ข่าว) และถึงแม้จะขึ้นไปได้แล้ว การลงจากชานชลามาก็ใช่จะง่ายเพราะไม่มีบันไดเลื่อนลง ยังดีที่ขนส่งมวลชนใต้ดินที่ยังรองรับการใช้งานของบุคคลทุพลภาพได้บ้าง แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้วมันก็น่าเศร้าเมื่อเมืองที่เราอาศัยอยู่ไม่ได้ถูกวางแผนในการเติบโตเพื่อทุกคน

อีกไม่กี่วันผมจะกลับไปสู่โหมดปกติ แต่ผมจะเรียนรู้ประสบการณ์ครั้งนี้ไว้

เพิ่มเติม 1, 2

Tagged in , ,

My Bicycle Path

blog 20 April 2010 | 0 Comments

หลังจากขาหัก มาได้เกือบแปดอาทิตย์และใกล้ได้เวลาถอดเฝือก จึงจำเป็นต้องเริ่มทำให้ขากลับมาทำงานดังเดิมเพื่อความเคยชินในการทำงานและรับน้ำหนัก มีวิธีเดียวที่นึกออกก็เลยต้องขี่จักรยานทั้งเฝือก

เมื่อวันก่อนก็เลยลองขี่จักรยานพับได้ของ @bact ที่มาทิ้งไว้ให้ขี่เล่นเมื่อนานมากแล้วบริเวณรอบๆ ออฟฟิศ ขี่ไปขี่มาได้ระยะทางไปเจ็ดกิโลกว่า เป็นครั้งที่สองที่ขี่ไกลขนาดนี้ในกรุงเทพฯ (รอบแรกเมื่อตอนย้ายมาอยู่แถวนี้ใหม่ๆ ขี่ไปบ้านตา @rerngrit รู้ซึ้งว่ากรุงเทพฯ มันไม่ใช่เมืองที่เอื้อให้เกิดการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์จริงๆ เลยให้ตายสิ

เราต้องการเมืองที่เอื้อกับการเดินทางแบบปล่อยคาร์บอนน้อย

Tagged in ,

On Your Mark

blog 19 April 2010 | 0 Comments

ใครจะไปคิดว่า Studio Ghibli ก็เคยทำ MV ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำกับโดย Hayao Miyasaki

Tagged in , ,

แนวคิดในการพัฒนา factreport.go.th

blog 19 April 2010 | 5 Comments

ปกติจะไม่ค่อยเขียนเรื่องงานของ Opendream ไว้ที่นี่ แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องการออกแบบทั่วไปเลยต้องจดเก็บไว้หน่อย

เมื่อช่วงหยุดสงกรานต์ 9 วันที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากหน่วยงานผู้ดูแลเว็บไซต์ http://factreport.go.th ให้ช่วยคิดวิธีการนำเสนอข้อมูลข่าวที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ นปช. ให้หน่อยเนื่องจากยังอยู่ในเงื่อนไขของ TOR ที่เราจะช่วยเป็นที่ปรึกษาหลังจากส่งมอบงานให้จนกว่าทางหน่วยงานเจ้าของเว็บจะดูแลตัวเองได้ ซึ่งปกติแล้วก็จะมีเวลาให้ขยับตัวโอ้เอ้ได้้บ้างเป็นครั้งคราว แต่คราวนี้มีเวลาคิดและช่วยแก้ไขให้ได้ใน 4 ชั่วโมง แล้วยังอยู่ในช่วงวันหยุดยาวที่ทีมกลับบ้านกันเกือบหมด เหลือกันแค่ไม่กี่คนทำให้ต้องขุด Critical Thinking (น้องๆ หนูๆ ฝึกไว้ได้ประโยชน์) ออกมา

สิ่งที่ต้องการคือมีข่าวที่ทางทีมงานเจ้าของเว็บไซต์เตรียมข้อมูลไว้เป็นจำนวนมากทำอย่างไรถึงจะนำเสนอได้อย่างง่ายในเวลาและทรัพยากรณ์ที่จำกัด

วิธีคิดก็คือ reuse ของเดิมให้มากที่สุดและทำให้การเข้าดูเนื้อหาเป็นไปได้มากที่สุด (รูปแบบโดยรวมนั้นเป็นรูปแบบที่ทางคุณเม่น ได้ออกแบบไว้) โดยหยิบไอเดียของการทำ timeline ที่เคยคิดไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งใช้ Timeline ของ SIMILE Widet เป็นพื้นฐาน แต่เนื่องจากเวลาน้อยและโชคดีที่อาทิตย์ก่อนไปเจอ Dipity ก็เลยตัดสินใจใช้ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องภาษาอยู่นิดหน่อย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความสวยงามและความเร็วในการพัฒนาก็ถือว่าช่วยได้เยอะ

จริงๆ แล้ว Timeline แบบนี้เคยพยายามทำตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกที่คุณเม่นออกแบบ และเวอร์ชั่นที่ 2 ที่น้อง @donuzz @noomz และ @crosalot ดัดแปลง ต้องขอบคุณ @googiw ที่ใช้พลังท่าไหนไม่รู้ทำ Dipity ของ Factreport เข้ากับ design เดิมของทั้งคุณเม่นและ donuzz ได้อย่างเรียบเนียน

Tagged in , ,

SME ตีแตก

blog 17 April 2010 | 1 Comment

ปกติจะไม่ค่อยได้เขียนถึงรายการโทรทัศน์สักเท่าใดเพราะไม่ค่อยได้ดู แต่คราวนี้ดันได้ดูเพราะสงกรานต์เหงา ดูไปแล้วค่อนข้างดี (จริงๆ ต้องบอกว่าชำเลืองดูเป็นพักๆ) จับใจความได้ว่าค่อนข้างดี เขียนถึงเสียหน่อย

  • รายการอยู่ในช่วงเวลาค่อนข้างดี ดึกวันศุกร์ ดึงดูดมนุษย์เงินเดือนผู้สิ้นหวังกับการทำงานได้เป็นอย่างดี ถ้าไม่เมาไปเสียก่อน
  • ไอเดียคือให้ SME มา pitch ไอเดียของตัวเองกับโจทย์ที่กรรมการตั้งให้
  • ดูแล้วคิดถึงตัวเองสมัยไป pitch Opendream รอบแรกที่มาเลเซียกับโครงการ YSEI เมื่อสองปีที่แล้ว
  • คำถามจริงๆ ก็ไม่ยากเพียงแต่ต้อง differenciate ตัวเองในบริบทของคำถามนั้นๆ ให้ได้
  • ซึ่งมันหาคำตอบยากนะ ไอ้ประเภทเราจริงใจ ใส่ใจบริการ มันใช้ได้แค่บางบริบท
  • หลายคำถามถ้า Opendream เจอเองก็ยังเสียวๆ ว่าจะตอบไม่่ค่อยได้ ฮ่ะๆ ก็ต้องเรียนรู้กันไป
  • ถ้ามองการ pitch ลักษณะนี้ในบริบทอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจ ก็จะได้ประโยชน์เยอะ อาทิ เด็กน้อยอธิบายกับพ่อแม่ได้ว่าทำไมต้องนั่งเปิด facebook ทั้งวัน
  • เพิ่งรู้ว่ามี @mktmag เป็นกรรมการด้วย
  • ลองหาดูตอนเก่าๆ ดูในได้ยูตูป

ป.ล. การเขียนบล็อกแบบ bullet ทำให้นิสัยเสีย articulate ได้ไม่ยาว จะพยายามลด :’(

Tagged in ,