My first blog post

เนื่องจากเป็นคนที่มีวินัยการเขียนต่ำ และหลายๆ อย่างถูกแปะไปไว้ใน Facebook แล้ว ส่งผลให้ไม่ค่อยมีเวลาตกผลึกของที่อยากเขียนเท่าไรนัก (ถ้าไม่ลืมจะมาเขียนถึงแบบละเอียดอีกที) จึงลองไปค้นๆ ดูว่าสิ่งที่เคยเขียนไว้ด้วยหมึกบนอินเทอร์เน็ตชิ้นแรกๆ รูปร่างมันเป็นอย่างไร

ผมเริ่มเขียน Online Diary (คำเรียกของบล็อกสมัยนั้น) เมื่อประมาณปี 2543 บนเว็บที่จดโดเมนเองครั้งที่ http://ikeng.com ตอนนั้นจำไม่ได้ว่า host ไว้ที่ไหนแต่คุ้นๆ ว่าจดโดเมนกับ Network Solutions ตะหงิดๆ มาจากเห็น @iwhale ในช่อง 11 (สมัยนั้น) มาออกรายการอะไรสักอย่างแล้วบอกว่าจดโดเมนง่ายนิดเดียว ประมาณนี้ก็เลยไปลองดูเอง ยุคนั้นยังมีโฮสฟรีอย่าง Hypermart (อนุญาตให้ใช้ CGI ได้), XOOM, GeoCities ให้ใช้ฟรี ยุคที่ Pirch (IRC) ยังรุ่งเรือง ยุคที่คนอยากได้ Uri ของ ICQ ที่สั้นกว่า 7 หลัก เก่ามาก (แต่ไม่ทันใช้ BBS แบบหมุนไปบ้านเพื่อน)

ไปค้นเจอว่า Wayback Machine เก็บ archive ของบล็อกโพสอันแรกไว้ด้วย เลยเอามาแปะไว้เป็น double archive อีกที ที่ตลกดีคือวิธีคิดทางการเมืองของตัวเองตอนนั้นต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2544 ตอนนั้นใช้ FrontPage 2000 ทำ HTML วาดๆ เอง คุ้นๆ ว่าพื้นหลังเป็นสีชมพู

ด้านล่างเป็นข้อความที่เขียนเมื่อวันที่ 29 พฤษจิกายน พ.ศ. 2543 เก็บไว้เป็นที่ระลึก…

[ 29 December 2K ] เฮ้อ…อยากทำไมหน้าแรกมันดูแปลกอ่าเนี่ย -_-” เพิ่งจะสอบ Midterm เสร็จ สด ๆ ร้อน ๆ เลยมาเปลี่ยน Interface หน้าแรกขแงเวปกันนี๊ซซซนึง แหะ ๆ เป็นครั้งแรกเลยอ่า ที่ใช้ Photoshop มาทำพื้นหลังอ่า ยังดูขัด ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ ยังมือใหม่อยุ่อ่าครับ เลยยังดูขัด ๆ บอกไม่ถุก -_-” เหะ ๆ แล้วก็ทำไมไอ้ Frontpage 2000 มันรู้สึกจะแย่จังเลยอ่า ฮือ ๆ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ให้เก่งก่อน แล้วจะทำให้สวย ๆ เลย … ก็จะปีใหม่อยู่แล้ว จะเลือกด้วย ไม่รู้จะเลือกใครก็กาช่องไม่ลงคะแนนกันไปเลยครับ จะได้ให้นักการเมืองมันสำนึกกันสะบ้างว่า ไม่มีใครเค้าอยากเลือกกันแย้วววว -_-” [ ตู๊ดดดด Sensored ] เหะ ๆ พล่ามเรื่องการเมืองมากไปหน่อย ก็เกี่ยวกับเวปนี้จะพยายามไม่ให้มันซ้ำ ๆ กับเวปที่บ้านนี้เมืองนี้มีกันอยู่อ่ะนะครับ (แล้วยังไงถึงเรียกว่าไม่ซ้ำอ่ะ) คือว่า รูปแบบน่ะ คิดไว้อยู่ในสมองแล้วล่ะครับ แต่เหลือแค่ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ผสมผสานเข้าด้วยกัน(วู้วววเป็นปรมัตร์)ซึ่งไอ้กระผมก็ไม่ค่อยจะมีทั้งศาสตร์และศิลปืซะด้วยสิ จะทำไงล่ะเนี่ยยย เหอ ๆ ก็ตอนนี้ที่มีอยู่ก็มี Free Email อ่านะครับ แล้วเดี๋ยวจะมีบริการเพิ่มเติมกันอีก….อีกไม่นาน (มั้ง)

Barcamp Chiang Mai 4

บาร์แคมป์เชียงใหม่เป็นหนึ่งในบาร์แคมป์นอกกรุงเทพฯ ที่จัดมายาวนานและค่อนข้างต่อเนื่อง (ไปช่วยจัด บาร์แคมป์เชียงใหม่ 3 มาด้วย) ซึ่งผมนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการกระจายงานประเภทนี้ออกนอกกรุงเทพฯ และยังหวังให้จังหวัดอื่นๆ จัดแบบนี้บ้าง

ครั้งนี้ตั้งใจไปจริงจังมาก เช่ารถตู้กับทีมที่ออฟฟิศไปทั้งหมด 8 คนกับ 2 หมาน้อย งานจัดที่มหาวิทยาลัยพายัพ สถานที่เดินทางไปค่อนข้างสะดวกและกว้างขวางดี ผู้ร่วมงานประมาณประมาณ 150 คน (เท่าที่คุยกับคนจัดงาน) จุดที่ประทับใจมากคือได้พบกลุ่มชุมชน IT ใหม่ๆ ในเชียงใหม่ค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงตรงที่ยังเป็นกลุ่มของชาวต่างชาติที่มาทำงานในเชียงใหม่เสียมาก ซึ่งอาจจะทำให้คนไทยที่ไม่ค่อยถนัดภาษาอังกฤษไม่กล้าเข้าร่วมได้ และหลายๆ คนก็บอกว่า อยู่เชียงใหม่มาตั้งนานไม่เคยได้ยินกลุ่มพวกนี้มาก่อน ก็เป็นโจทย์ที่น่าคิดต่อไปในมุมกว้างว่าแล้วเราจะทำให้เกิดกลไกการรู้จักกันในจังหวัดอื่นๆ หรือพื้นที่เสมือนอื่นๆ ได้อย่างไร

เนื่องจากไฮไลต์ชีวิตครึ่งปีแรกนี้มันไปกองอยู่ที่ โอเพ่นสเปซ เสียเยอะมาก เลยตั้งใจจะพูดเรื่องนี้และก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไปเผา presentation กันหน้างาน ปีนี้โชคดี ได้นำเสนอเป็นรายการแรก เลยค่อนข้างสนุก มีคนเข้าฟังเกือบ 20 คน

เห็นกลุ่มบาร์แคมป์กรุงเทพฯ เริ่มคุย การจัดงานบาร์แคมป์กรุงเทพฯ ครั้งที่ 5 กันแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไรบ้าง หากสนใจช่วยงาน/สนับสนุน ก็ติดต่อกันที่ Google Groups กันได้ครับ

Portal

ไม่ได้อัปเดทบล็อกเป็นเวลานาน ช่วงนี้ชีวิตเริ่มกลับมาเข้าที่อีกครั้ง หวังว่าจะเขียนได้เรื่อยๆ เหมือนก่อน

Portal เป็นเกมที่สนุก เล่นได้ทั้งบนวินโดวส์และแมค แต่หากใครแพ้เกมเดินยิงอย่าง Halflife หรือ Counter-Strike ก็น่าจะอาเจียรได้ง่ายๆ วิธีการเล่นที่เหมาะสมที่สุดคือเล่นวันละนิด เพื่อบริหารความมึนไม่ให้มากเกินไป จากการเล่นมาจนจบภาคหนึ่งแผนที่ธรรมดาพบว่าเหมาะมากสำหรับการเล่นก่อนนอน เพราะมันจะมึนพอดีจนต้องบังคับตัวเองให้ไปนอน

แนวคิดของ Portal นั้นสุดยอดมาก ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆ ก็นึกถึงห่วงไปทุกที่ของโดราเอมอน แต่ใน Portal เราสามารถสร้าง “ทางเข้า” และ “ทางออก” ได้อย่างอิสระบนพื้นที่ที่กำหนด และนอกจากนั้นแล้วการอนุรักษ์พลังงานจลย์ที่เกิดจากการเดินทางผ่าน Portal ก็ยังนำมาช่วยในการบรรลุเป้าหมายในแต่ละด่านได้อีกด้วย ข้อเสียอย่างเดียวคือมันชวนมึนเป็นอย่างมาก ทำให้ผมต้องหยุดเล่นกลางทางอยู่บ่อยๆ เพราะอาเจียรมาจุกอยู่ที่คอ ล่าสุดต้องหยุดเล่นไปสิบวัน เพราะว่ามึนมาก (ภาพตัวอย่างจาก วิกิพีเดีย)

รูปแสดงการอนุรักษ์พลังงานผ่านการเดินทาง Portal

สรุปแล้ว Portal เป็นเกมลับสมอง สนุกดี เดี๋ยวจะต่อภาค 2 เห็นว่า @panuta เล่นจบไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่วางขาย

The blue marble

Earth's Curvature at 29,394 metres

We all are living on this planet, under the thin sheet of the air, in the midst of unknow particles in the universe. Love it, or leave it.

ช่วงเดือนที่ผ่านมาโอเพ่นดรีมสาละวนกับโครงการอดิเรก ที่เป็นความสนใจส่วนตัวของผมมาเป็นระยะเวลานานมาก โดยไอเดียนี้เกิดขึ้นตอนที่ไปอเมริกาเหนือ เมื่อกลางปีที่แล้ว ตอนนั้นได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่ซีแอตเทิลและได้มีโอกาสไปเดินเที่ยว The Museum of Flight เดินคุยกันไปอยู่ๆ ก็พบว่าอยากจะส่งบอลลูนขึ้นไปถ่ายภาพโลกในบรรยากาศระดับสูงเหมือนกัน เลยตัดสินใจเริ่มวางแผนกันตั้งแต่ตอนประมาณเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

รูปข้างบนเป็นรูปที่ถ่ายจากความสูงประมาณ 29.4 กิโลเมตรเหนือรอยต่อจังหวัดปทุมธานีและนครนายก ประกอบจากภาพย่อยๆ 18 ภาพ จะเห็นว่าที่ความสูงระดับนี้เราจะเริ่มเห็นขอบโค้งของโลก ขอบของอากาศและขอบของอวกาศ (จริงๆ แล้วขอบอวกาศอยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ซึ่งถ้ามองตรงด้านล่างของภาพจะเห็นอ่าวไทยช่วงสมุทรสาครและปากแม่น้ำท่าจีนรวมไปถึงอ่าวไทยช่วงชะอำ-หัวหิน อีกด้วย รูปทั้งหมดที่คัดเลือกไว้เผยแพร่อยู่ที่ Flickr ภายใต้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ ต้องขอบคุณทีม Photohackgrapher สำหรับการ Hack กล้องเพื่อถ่ายภาพต่อเนื่อง

การปล่อยครั้งต่อๆ ไปอยากจะทำร่วมกับโรงเรียนประถม/มัธยม ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กเรียนรู้ถึงวิทยาศาสตร์ในชั้นบรรยากาศระดับสูงและการเข้าใจถึงโลกและจักรวาล หากมีโรงเรียนหรือพื้นที่ใดสนใจก็แนะนำมาได้ครับ หรือถ้าสนใจจะทำงานร่วมกันก็ติดต่อ kengggg จีแมว ได้เช่นกันครับ

From West Timor with Love

Since the internet here is not stable, here’s my short note about Opendream mobile technology research for social change in West Timor, Indonesia.

  • The fastest way to come here is by plane, Garuda Indonesia flies 1 flight a day via Bali
  • HSDPA is available here; Provided by Telkomsel
  • The local media activity here is interesting; Pos Kupang, the local news paper use SMS and Facebook to get readers’ opinion about specific government’s policy, and publish those opinions in 1 dedicate full page once a month
  • SMS tarif is around IDR150 a message. Pretty cheap comparing to people’s wage
  • Local NGOs are willing to adapt the mobile technology to empower their networks, but lack expertise