<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>keng.ws &#187; blog</title>
	<atom:link href="http://keng.ws/category/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://keng.ws</link>
	<description>Keng Susumpow</description>
	<lastBuildDate>Tue, 17 Jan 2012 15:44:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Reset</title>
		<link>http://keng.ws/2012/01/reset/</link>
		<comments>http://keng.ws/2012/01/reset/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 15:43:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>keng</dc:creator>
				<category><![CDATA[blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.ws/?p=1403</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานต้องไปรักษารากฟัน ปกติเป็นคนที่พยายามหลีกเลี่ยงการรักษาทางการแพทย์ใดๆ ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ หู ตา จมูก ปาก เพราะคิดว่ามันเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างอ่อนไหว และเราควบคุมมันโดยตรงไม่ได้ นึกถึงเครื่องมือมหาศาลมาแหย่ๆ แยงๆ อวัยวะเหล่านั้นแล้วเสียวสันหลัง ทำใจอยู่นานกว่าจะไปได้ เฮือกที่ตัดสินใจนอนลงบนเตียงทำฟันก็เพราะอย่างทดลองเรื่องการออกจากความรู้สึก ศึกษาเรื่องนี้มาสักพักพบว่า ความรู้สึกจะนำไปสู่ความคิด และความคิดจะขยายความรู้สึก ยิ่งคิดมากจะยิ่งรู้สึกมาก ถ้าเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์เราก็จะหลงติดในอารมณ์ ถ้าเป็นเรื่องเจ็บปวดเราก็จะยิ่งเจ็บมากขึ้นจนทนไม่ได้ ยกตัวอย่าง ผมหลีกเลี่ยงหมอฟัน เพราะกลัว ความกลัวจะทำให้ผมยิ่งคิดว่าการทำฟันมันจะเจ็บ ซึ่งจริงๆ มันก็เจ็บๆ เสียวๆ บ้างตามกลไกของเส้นประสาท แต่ทีนี้ด้วยความที่ยิ่งคิด ความคิดมันจะไปขยายความรู้สึก, ในที่นี้คือเจ็บ, ทำให้คิดว่าเจ็บมากขึ้น วนไปเรื่อยๆ จนทนไม่ได้ ที่สุดแล้วก็เลยหนี ไม่ไปหาหมอฟันละ ผมคิดไปเองว่าการรักษารักนั้นมัน มันจะต้องเจ็บมาก เพราะมันต้องลงไปถึงเส้นประสาทรากฟัน แค่กินน้ำเย็นบางทีก็เสียวฟันจะตาย &#8230; <a href="http://keng.ws/2012/01/reset/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวานต้องไปรักษารากฟัน</p>

<p>ปกติเป็นคนที่พยายามหลีกเลี่ยงการรักษาทางการแพทย์ใดๆ ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ หู ตา จมูก ปาก เพราะคิดว่ามันเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างอ่อนไหว และเราควบคุมมันโดยตรงไม่ได้ นึกถึงเครื่องมือมหาศาลมาแหย่ๆ แยงๆ อวัยวะเหล่านั้นแล้วเสียวสันหลัง</p>

<p>ทำใจอยู่นานกว่าจะไปได้ เฮือกที่ตัดสินใจนอนลงบนเตียงทำฟันก็เพราะอย่างทดลองเรื่องการออกจากความรู้สึก</p>

<p>ศึกษาเรื่องนี้มาสักพักพบว่า ความรู้สึกจะนำไปสู่ความคิด และความคิดจะขยายความรู้สึก ยิ่งคิดมากจะยิ่งรู้สึกมาก ถ้าเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์เราก็จะหลงติดในอารมณ์ ถ้าเป็นเรื่องเจ็บปวดเราก็จะยิ่งเจ็บมากขึ้นจนทนไม่ได้</p>

<p>ยกตัวอย่าง</p>

<p>ผมหลีกเลี่ยงหมอฟัน เพราะกลัว ความกลัวจะทำให้ผมยิ่งคิดว่าการทำฟันมันจะเจ็บ ซึ่งจริงๆ มันก็เจ็บๆ เสียวๆ บ้างตามกลไกของเส้นประสาท แต่ทีนี้ด้วยความที่ยิ่งคิด ความคิดมันจะไปขยายความรู้สึก, ในที่นี้คือเจ็บ, ทำให้คิดว่าเจ็บมากขึ้น วนไปเรื่อยๆ จนทนไม่ได้ ที่สุดแล้วก็เลยหนี ไม่ไปหาหมอฟันละ</p>

<p>ผมคิดไปเองว่าการรักษารักนั้นมัน มันจะต้องเจ็บมาก เพราะมันต้องลงไปถึงเส้นประสาทรากฟัน แค่กินน้ำเย็นบางทีก็เสียวฟันจะตาย ยิ่งมีเครื่องมือลงไปถึงแล้วคงเสียวจนตายไปเลย</p>

<p>ด้วยความคิดที่ว่ามันเลยทำให้ผมยิ่งคิดว่า การรักษารากฟันมันคงเป็นพิธีกรรมอันโหดร้าย</p>

<p>แต่ทันใดนั้นผมลอง &#8220;ออกจากความคิด&#8221; เพื่อลดกาารคิดวนไปมาที่จะไปเร่งความรู้สึกกลัว ผลคือผมสามารถนอนลงบนเตียงทำฟันได้ด้วยความกลัวที่น้อยไปลงไปมาก</p>

<p>ในขณะทำฟัน หมอฉีดยาชาที่ปาก ทำให้ผมไม่รู้สึกอะไรเลยในระหว่างการทำฟัน 1 ชั่วโมง ซึ่งผมก็พบว่า ความคิดนั้นสามารถเร่งความเจ็บปวดที่มีอยู่น้อยนิดได้อย่างร้ายกาจ คือในเชิงชีววิทยาผมคงไม่รู้สึกอะไรเพราะกระแสประสาทถูกบล็อคจากยาชา แต่ความคิดมันไปเร่งทำให้เรารู้สึกว่ามันเจ็บจริงๆ</p>

<p>ใน 1 ชั่วโมงนั้นผมก็ลองออกจากความคิดบ่อยๆ เพื่อทดสอบความรู้สึกตัวเอง ซึ่งพบว่าความแตกต่างระหว่าง ความรู้สึกระหว่างการออกจากความคิด และ ความรู้สึกในขณะคิดนั้นแตกต่างกันมากจนสังเกตได้ชัดเจน</p>

<p>เลยยิ่งชัดเจนไปอีกว่า ในขณะที่เราติดอยู่กับสถานะการณ์หนึ่งๆ หากเราติดอยู่ในความคิด เราจะไม่มีทางออกจากสถานการณ์นั้นได้ การออกจากความคิดช่วยหยุด loop ของความคิดที่มาบดบังการสังเกต ซึ่งอาจจะช่วยให้เราออกจากสถานะการณ์นั้นได้อย่างง่ายดาย</p>

<p>ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยเป็นปัจจัยในการค้นพบความแตกต่างนี้ อิอิ</p>

<p>ต้นฉบับที่ <a href="https://www.facebook.com/patipat/posts/10150471894026791">Facebook</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.ws/2012/01/reset/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 8 พ.ย. 2554</title>
		<link>http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-8-nov-2011/</link>
		<comments>http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-8-nov-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Nov 2011 06:21:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>keng</dc:creator>
				<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[disaster]]></category>
		<category><![CDATA[flood]]></category>
		<category><![CDATA[thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.ws/?p=1397</guid>
		<description><![CDATA[สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 8 พฤษจิกายน 2554 ภาพถ่ายจากดาวเทียม Terra ถ่ายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายที่ความยาวคลื่นแสง 2,155 nm, 876 nm และ 670 nm โดยพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำจะแสดงเป็นสีดำหรือน้ำเงิน พื้นที่เพาะปลูกเป็นสีเขียว ถ่ายที่ความละเอียด 250 เมตร ต่อ 1 พิกเซล ภาพรวมของน้ำเมื่อเทียบกับวันที่ 3 พ.ย. 2554 แล้วพบว่ายังมีน้ำปริมาณมากอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่ จากการเปรียบเทียบด้วยสายตาแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลง อาจจะเป็นไปได้ว่าน้ำยังคงมีปริมาณเท่าเดิม แต่เคลื่อนที่ลงใต้มาเรื่อยๆ &#8230; <a href="http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-8-nov-2011/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">
<a href="https://picasaweb.google.com/lh/photo/dWjmeIU-aYQMnWyRs8z3tA?feat=embedwebsite"><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-W80avTSs2mE/TrjDL0AgoRI/AAAAAAAAG2k/cU-QrkwtoZs/s400/crefl1_721.A2011312040000-2011312040500.500m.jpg" height="400" width="267" /></a>
</p>

<p>สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 8 พฤษจิกายน 2554</p>

<p>ภาพถ่ายจากดาวเทียม Terra ถ่ายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายที่ความยาวคลื่นแสง 2,155 nm, 876 nm และ 670 nm โดยพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำจะแสดงเป็นสีดำหรือน้ำเงิน พื้นที่เพาะปลูกเป็นสีเขียว ถ่ายที่ความละเอียด 250 เมตร ต่อ 1 พิกเซล</p>

<p>ภาพรวมของน้ำเมื่อเทียบกับ<a href="http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-3-nov-2011/">วันที่ 3 พ.ย. 2554</a> แล้วพบว่ายังมีน้ำปริมาณมากอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่ จากการเปรียบเทียบด้วยสายตาแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลง อาจจะเป็นไปได้ว่าน้ำยังคงมีปริมาณเท่าเดิม แต่เคลื่อนที่ลงใต้มาเรื่อยๆ</p>

<p>สถานการณ์ทางลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก คาดว่าไม่มีการเพิ่มหรือลดอย่างมีนัยยะสำคัญเช่นเดียวกับลุ่มน้ำเจ้าพระยา</p>

<p>ภาพถ่ายดาวเทียมนี้ แสดงให้เห็นว่าปริมาณน้ำจำนวนมากในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะยังคงอยู่ไปอีกสักพักตามความสามารถการระบายน้ำออกอ่าวไทยของแม่น้ำต่างๆ ระดับน้ำในตัวเมืองนครสวรรค์และพระนครศรีอยุธยาที่ลดลงไป ยังเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ในภาพรวมขนาดใหญ่ การให้ความช่วยเหลือประชาชนนอกเขตเมืองยังคงต้องทำไปอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงประชาชนในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-8-nov-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีต้มมะระไม่ให้ขม</title>
		<link>http://keng.ws/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://keng.ws/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Nov 2011 05:38:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>keng</dc:creator>
				<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[cooking]]></category>
		<category><![CDATA[life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.ws/?p=1395</guid>
		<description><![CDATA[ต้นฉบับที่ Google+ ต้มมะระเป็นอาหารที่อร่อยอันดับสามในเมนูส่วนตัว รองจาก ผัดกระเพราและแพนง ปกติจะชอบกินแบบขมๆ ยิ่งขมยิ่งอร่อย แต่พอมาทำเอง @neung บอกว่าไม่ชอบ จึงต้องหาวิธีทำแบบไม่ขม วิธีที่พบก็หาเจอในอินเทอร์เน็ต ไม่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ แต่ลองแล้วได้ผลดี ๑. หั่นมะระ เอาใส้ออก ล้างให้สะอาด ๒. เอามะระที่หั่นแล้วไปแช่น้ำเกลือ ใส่เกลือในอัตราส่วน ๑ ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ๑ ลิตร แช่ไว้ประมาณ ๑๕ นาที ๓. ต้มน้ำสะอาดให้เดือด เอามะระที่แช่น้ำเกลือแล้วใส่ลงไปต้ม ปิดมาให้สนิท รอประมาณ ๕ นาที ห้ามเปิดดูนะ ๔. เอาออกจากหม้อต้ม ไปแช่น้ำอุณหภูมิห้อง จากตรงนี้ไป &#8230; <a href="http://keng.ws/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%a1/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นฉบับที่ <a href="https://plus.google.com/104669293441998676016/posts/8JMVD5dK7ro">Google+</a></p>

<p>ต้มมะระเป็นอาหารที่อร่อยอันดับสามในเมนูส่วนตัว รองจาก ผัดกระเพราและแพนง ปกติจะชอบกินแบบขมๆ ยิ่งขมยิ่งอร่อย แต่พอมาทำเอง <a href="http://twitter.com/neung">@neung</a> บอกว่าไม่ชอบ จึงต้องหาวิธีทำแบบไม่ขม</p>

<p>วิธีที่พบก็หาเจอในอินเทอร์เน็ต ไม่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ แต่ลองแล้วได้ผลดี</p>

<p>๑. หั่นมะระ เอาใส้ออก ล้างให้สะอาด
๒. เอามะระที่หั่นแล้วไปแช่น้ำเกลือ ใส่เกลือในอัตราส่วน ๑ ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ๑ ลิตร แช่ไว้ประมาณ ๑๕ นาที
๓. ต้มน้ำสะอาดให้เดือด เอามะระที่แช่น้ำเกลือแล้วใส่ลงไปต้ม ปิดมาให้สนิท รอประมาณ ๕ นาที ห้ามเปิดดูนะ
๔. เอาออกจากหม้อต้ม ไปแช่น้ำอุณหภูมิห้อง</p>

<p>จากตรงนี้ไป มะระจะลดความขมไปอย่างมีนัยยะสำคัญ จะยัดหมูหรือเอาไปทำอะไรก็ตามแต่สะดวกจ้า</p>

<p>แค่สุดท้ายแล้ว ผมเห็นว่า หากจะกินมะระไม่ขม แนะนำให้กินฟักดีกว่าครับ <img src='http://keng.ws/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':-P' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.ws/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์น้ำวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554</title>
		<link>http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-3-nov-2011/</link>
		<comments>http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-3-nov-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Nov 2011 02:57:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>keng</dc:creator>
				<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[disaster]]></category>
		<category><![CDATA[flood]]></category>
		<category><![CDATA[thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.ws/?p=1393</guid>
		<description><![CDATA[ต้นฉบับที่ Google+ ภาพถ่ายจากดาวเทียม Terra ถ่ายเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา 10.40 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายที่ความยาวคลื่นแสง 2,155 nm, 876 nm และ 670 nm โดยพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำจะแสดงเป็นสีดำหรือน้ำเงิน พื้นที่เพาะปลูกเป็นสีเขียว เห็นได้ชัดว่าปริมาณน้ำจำนวนมากยังคงอยู่ในทุ่งเจ้าพระยาและเชื่อได้ว่ากำลังเคลื่อนตัวลงทิศใต้มาทางจังหวัด สมุครสงคราม, สมุครสาคร, กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ และ ฉะเชิงเทรา ภาระของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำยังคงหนักหนาอยู่ ในขณะเดียวกัน แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลก็มีน้ำล้นออกมาจากแม่น้ำทั้งสองแล้ว เชื่อว่าความรุนแรงจะมากขึ้นในอนาคต กำลังการช่วยเหลือและเยียวยาของหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมกำหรับพื้นที่ในภาคอีสานก็น่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต ภาพรวมในภูมิภาคจะเห็นว่า ตอนกลางและใต้ของกัมพูชา รวมไปถึง ตอนใต้ของเวียดนาม ก็ประสบอุทกภัยเป็นบริเวณกว้าง &#8230; <a href="http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-3-nov-2011/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นฉบับที่ <a href="https://plus.google.com/104669293441998676016/posts/1Y74upAZJ62">Google+</a></p>

<p align="center">
<a href="https://picasaweb.google.com/lh/photo/twIPZm2FunISeUU2-T_x0g?feat=embedwebsite"><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-t_dMW41IZZY/TrNP-KeImAI/AAAAAAAAGkM/ouS-BReKgmE/s400/crefl1_721.A2011307034000-2011307034500.500m.jpg" height="400" width="267" /></a>
</p>

<p>ภาพถ่ายจากดาวเทียม Terra ถ่ายเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา 10.40 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายที่ความยาวคลื่นแสง 2,155 nm, 876 nm และ 670 nm โดยพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำจะแสดงเป็นสีดำหรือน้ำเงิน พื้นที่เพาะปลูกเป็นสีเขียว</p>

<p>เห็นได้ชัดว่าปริมาณน้ำจำนวนมากยังคงอยู่ในทุ่งเจ้าพระยาและเชื่อได้ว่ากำลังเคลื่อนตัวลงทิศใต้มาทางจังหวัด สมุครสงคราม, สมุครสาคร, กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ และ ฉะเชิงเทรา ภาระของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำยังคงหนักหนาอยู่</p>

<p>ในขณะเดียวกัน แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลก็มีน้ำล้นออกมาจากแม่น้ำทั้งสองแล้ว เชื่อว่าความรุนแรงจะมากขึ้นในอนาคต กำลังการช่วยเหลือและเยียวยาของหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมกำหรับพื้นที่ในภาคอีสานก็น่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต</p>

<p>ภาพรวมในภูมิภาคจะเห็นว่า ตอนกลางและใต้ของกัมพูชา รวมไปถึง ตอนใต้ของเวียดนาม ก็ประสบอุทกภัยเป็นบริเวณกว้าง ถ้ามองรวมทั้งภูมิภาค เหตุการณ์นี้ก็มีขนาดใหญ่อย่างน่าตกใจ</p>

<p>ภาพจาก NASA : http://lance-modis.eosdis.nasa.gov/cgi-bin/imagery/single.cgi?image=crefl1_721.A2011307034000-2011307034500.500m.jpg ค้นพบผ่าน http://data.gov
Collapse this post</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.ws/2011/11/thailand-flood-water-situation-3-nov-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้ายออฟฟิศ (2)</title>
		<link>http://keng.ws/2011/10/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a8-2/</link>
		<comments>http://keng.ws/2011/10/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a8-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Oct 2011 17:25:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>keng</dc:creator>
				<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[disaster]]></category>
		<category><![CDATA[opendream]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.ws/?p=1391</guid>
		<description><![CDATA[ต้นฉบับที่ Google+ วันนี้ผมอยู่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ตอนแรกตั้งใจจะย้ายโอเพ่นดรีมออกไปตามจังหวัดต่างๆ แต่ด้วยภาวะที่บางคนบ้านที่อยู่นอกกรุงเทพฯ ก็ถูกน้ำท่วมไปแล้ว การหาที่ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ &#8211; ใต้หลังคาเดียวกัน &#8211; นอกกรุงเทพฯ น่าจะเป็นทางเลือกที่ชัดเจนและดำเนินการได้เร็วที่สุด ผมและเพื่อนร่วมงานพยายามอธิบายทุกคนที่มีโอกาสได้คุยด้วยถึงความเสี่ยงในการอาศัยอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงนี้ ตั้งแต่ ความเสี่ยงทางตรงจากน้ำท่วม หรือความเสี่ยงทางอ้อมเช่น ภาวะขาดแคลนอาหารเนื่องจากระบบการผลิตและขนส่งอาหารให้กรุงเทพฯ พัง โรคระบาด การเป็นภาระให้ผู้เข้ามาช่วยเหลือ ฯ ซึ่งการนำตัวเองออกมาจากสถานการณ์นั้นไม่ใช่การหนี แต่เป็นการตั้งรับจากภายนอก หลบเลี่ยงจากการเป็นผู้ประสบภัยจนเป็นภาระของผู้อื่นต่างหาก ตัวอย่างที่จะถูกยกขึ้นมาช่วงนี้คือ ขนาดโอเพ่นดรีม เตรียมการณ์เรื่องนี้มาล่วงหน้าเกือบ 1 สัปดาห์ พอถึงวันต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายจริงๆ ก็ยังมีความผิดพลาดเยอะมาก อาทิ ลืมเครื่องกรองน้ำ เครื่องสำรองไฟ Printer เอกสารทางภาษีบางอย่าง ไว้ที่ออฟฟิศกรุงเทพฯ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปเอาได้แล้ว &#8230; <a href="http://keng.ws/2011/10/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a8-2/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นฉบับที่ <a href="https://plus.google.com/104669293441998676016/posts/ANWT2yBVdMc">Google+</a></p>

<p>วันนี้ผมอยู่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์</p>

<p>ตอนแรกตั้งใจจะย้ายโอเพ่นดรีมออกไปตามจังหวัดต่างๆ แต่ด้วยภาวะที่บางคนบ้านที่อยู่นอกกรุงเทพฯ ก็ถูกน้ำท่วมไปแล้ว การหาที่ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ &#8211; ใต้หลังคาเดียวกัน &#8211; นอกกรุงเทพฯ น่าจะเป็นทางเลือกที่ชัดเจนและดำเนินการได้เร็วที่สุด</p>

<p>ผมและเพื่อนร่วมงานพยายามอธิบายทุกคนที่มีโอกาสได้คุยด้วยถึงความเสี่ยงในการอาศัยอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงนี้ ตั้งแต่ ความเสี่ยงทางตรงจากน้ำท่วม หรือความเสี่ยงทางอ้อมเช่น ภาวะขาดแคลนอาหารเนื่องจากระบบการผลิตและขนส่งอาหารให้กรุงเทพฯ พัง โรคระบาด การเป็นภาระให้ผู้เข้ามาช่วยเหลือ ฯ ซึ่งการนำตัวเองออกมาจากสถานการณ์นั้นไม่ใช่การหนี แต่เป็นการตั้งรับจากภายนอก หลบเลี่ยงจากการเป็นผู้ประสบภัยจนเป็นภาระของผู้อื่นต่างหาก</p>

<p>ตัวอย่างที่จะถูกยกขึ้นมาช่วงนี้คือ ขนาดโอเพ่นดรีม เตรียมการณ์เรื่องนี้มาล่วงหน้าเกือบ 1 สัปดาห์ พอถึงวันต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายจริงๆ ก็ยังมีความผิดพลาดเยอะมาก อาทิ ลืมเครื่องกรองน้ำ เครื่องสำรองไฟ Printer เอกสารทางภาษีบางอย่าง ไว้ที่ออฟฟิศกรุงเทพฯ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปเอาได้แล้ว ยิ่งนึกถึงการเคลื่อนย้ายแบบฉุกละหุกโดยไม่เตรียมการแล้ว ยิ่งน่ากลัวว่าความโกลาหลจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน</p>

<p>ที่รู้สึกน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกคือ วันนี้ในหัวหิน ผมไม่สามารถหาซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดได้อย่างง่ายอีกแล้ว 7-ELEVEn มีการระบุว่าสามารถซื้อได้เพียง 6 ขวดต่อคนต่อครั้ง Tesco Lotus น้ำดื่มบรรจุขวดหายไปจากชั้นวางของ ร้านค้าท้องถิ่นจี้อันตึ๊ง ก็ไม่มีน้ำขายเช่นกัน ขณะขับรถตามหาน้ำ ผมคุยกับ <a href="http://twitter.com/neung">@neung</a> <a href="http://twitter.com/nazt">@nazt</a> <a href="http://twitter.com/googiw">@googiw</a> ว่าแล้วกรุงเทพฯ จะเป็นขนาดไหน เมืองใหญ่ขนาดคนสิบล้านคน &#8211; หนึ่งในหกของประเทศ &#8211; ต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ในภาวะขาดแคลนขนาดหนักมันจะเป็นความสับสนที่คาดเดาไม่ได้</p>

<p>หลายๆ ข้อมูลที่ผมมี รวมไปถึงการวิเคราะห์และคาดการณ์จากคนที่ทำงานในแนวหน้า ออกมาใกล้เคียงกันคือ กรุงเทพฯ จะพบกับภาวะวิกฤติในเรื่อง อาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย และ ความปลอดภัย เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หากออกมาได้ เคลื่อนย้ายตัวเองและครอบครัวออกไปยังเมืองอื่นที่ปลอดภัยกว่า อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้</p>

<p>คิดเสียว่า เปลี่ยนสถานะจากผู้ประสบภัย มาเป็นนักท่องเที่ยว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.ws/2011/10/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a8-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

