ผมอยู่ในโหมดกึ่งทุพลภาพอยู่เกือบแปดอาทิตย์ ได้ลองเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำงานตามปกติแต่สุขภาพไม่อำนวย ได้ลองวิถีการใช้ชีวิตในเมืองจากมุมมองของ (อย่างน้อย — ผมหวังว่า) ผู้ทุพลภาพทางขาที่เดินทางไม่สะดวก
วันแรกของการเดินทางคือการเดินทางจากโรงพยาบาลด้วยไม้ค้ำยันขึ้นรถไฟฟ้าทั้งลอยฟ้าและใต้ดิน พบว่าเมืองที่ผมอาศัยอยู่มาหลายปีนั้นช่างไม่เอื้อกับการเดินทางของบุคคลทุพลภาพเอาเสียเลย เริ่มตั้งแต่ทางเท้าที่ต่างระดับมหาศาล ยังไม่รวมถึงทางเท้าที่ไม่พร้อมให้บริการเพราะอยู่ภายใต้การซ่อมแซมตลอดกาลและวัตถุต่างๆ ที่ถูกติดตั้งไว้ (อาทิเช่น ตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรณีย์ หรือบางทีก็มีหัวฉีดดับเพลิงที่ถูกฝังจนถึงหัวจ่ายน้ำ) กีดขวางการเดินทาง
นี่ยังไม่รวมถึงบริการขนส่งมวลชนลอยฟ้าที่ไม่มีลิฟต์ทุกสถานี (ข่าว) และถึงแม้จะขึ้นไปได้แล้ว การลงจากชานชลามาก็ใช่จะง่ายเพราะไม่มีบันไดเลื่อนลง ยังดีที่ขนส่งมวลชนใต้ดินที่ยังรองรับการใช้งานของบุคคลทุพลภาพได้บ้าง แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้วมันก็น่าเศร้าเมื่อเมืองที่เราอาศัยอยู่ไม่ได้ถูกวางแผนในการเติบโตเพื่อทุกคน
อีกไม่กี่วันผมจะกลับไปสู่โหมดปกติ แต่ผมจะเรียนรู้ประสบการณ์ครั้งนี้ไว้
รู้สึกว่า จะขยันเขียน blog ขึ้นมานะ
เท่าที่ใช้ขาเป๋ๆของผมสัมผัสมา กรุงเทพไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ที่ขาเจ็บแล้วห้ามโดนน้ำซักเท่าไหร่นัก เพราะตามถนนจะมีร้านแผงลอยที่ทำให้เกิดน้ำเฉอะแฉะเจิ่งนองและขังอยู่เรื่อยๆ รถประจำทางเองก็มีทั้งที่บันไดสูง บันไดต่ำ แต่จะต่ำยังไงก็ถือว่าสูงมากสำหรับบุคคลทุพพลภาพทั้งแบบชั่วคราวและถาวร
อีกอย่างคือ ที่นั่งสำรองของบุคคลเหล่านี้มักถูกคนปกติจับจองจนเป็นที่นั่งธรรมดาไปเพราะป้ายประกาศตัวเล็กจิ๋วที่แปะไว้นั้นไม่สามารถดึงสายตาเราออกจากทีวีแสนหนวกหูและป้ายโฆษณาบนรถได้เลย แต่โชคดีที่คนไทยค่อนข้างมีน้ำใจ เห็นคนเจ็บก็มักจะลุกให้นั่งแม้ว่าจะไม่ใช่ที่นั่งพิเศษก็ตาม