บันทึกนี้จดไว้กันลืม ยังไม่ขมวดปม อาจจะอ่านไม่รู้เรื่อง ชื่อบันทึกตั้งไว้ด้วยเหตุผลทาง SEO
เมื่อวานนั่งนึกเรื่องทำไมคนต่างจังหวัดต้องหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ เท่าที่รู้เหตุผลอันหนึ่งคือคนส่วนหนึ่งทำอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งโดยมากจะสามารถทำได้แค่ช่วงหนึ่ง ๆ ของปีเท่านั้น เมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยวก็จะไม่มีอะไรทำ หากจะอยู่เฉย ๆ ก็จะไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว สุดท้ายเลยต้องเข้ากรุง
วิธีหนึ่งที่น่าจะช่วยเหลือคนกลุ่มนั้นได้ก็คือ จัดให้มี Microfinance ระดับบุคคลที่จะช่วย seed ให้สามารถทำกินได้ในระหว่างช่วงว่างระหว่างฤดูทำกิน ซึ่งเท่าที่เห็นเป็นรูปธรรมในช่วงห้าปีที่ผ่านมาคือโครงการกองทุนหมู่บ้าน (Microfinance ระดับ องค์กรไปยังชุมชน) และ โครงการธนาคารประชาชนของออมสิน (Microfinance ระดับ องค์กรสู่บุคคล) โดยมีการเสริมวงจรอาชีพด้วย OTOP ทำให้เป็นสามารถทำเป็น Microfinance แบบครบวงจรไปโดยปริยาย (มีทั้งการสนับสนุนทางทุนและตลาด) พอดีไม่แน่ใจเรื่องข้อกำหนดของการกู้ยืมจากทั้งกองทุนหมู่บ้านและธนาคารประชาชน แต่คาดว่าจะกู้ยืมมาสักนิดหน่อยเพื่อมาเพื่อเลี้ยงหมูตัวสองตัวนี่น่าจะลำบาก
แต่ปัญหาหนึ่งของการทำกองทุนหมู่บ้านคือ เงินไปกระจุกอยู่ที่ต้นทางและถูกแปรรูปไปเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไปเสียเยอะ อาทิ รถเก๋ง เครื่องเสียง ฯ ทำให้การใช้เงินกองทุนหมู่บ้านไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริง
ทางแก้ที่คิดไว้คือทำ Microfinance ที่เป็นระดับ บุคคลสู่บุคคล แบบ Kiva.org โดยเป็น Microfinance ระดับเล็กจิ๋วที่เป็น platform ให้คนที่อยากกู้/ยืมเงินก้อนเล็ก ๆ มาเจอกับคนที่อยากบริจาค/ให้ยืม เงินก้อนเล็ก ๆ เพื่อช่วย seed โครงการขนาดเล็ก โดยเปิดให้ผู้อยากกู้/ยืม มาเสนอไอเดียของตัวเองและให้ผู้อยากให้กู้/ยืม มาให้ยืมเงินก้อนเล็ก ๆ เพื่อสมทบเข้าโครงการนั้น ๆ ไป ประเด็นที่ต้องคิดต่อคือ
- จะต้องสามารถติดตามความก้าวหน้าของโครงการที่เราให้ กู้/ยืม ได้ เพื่อแก้ปัญหาการใช้เงินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์
- น่าจะต้องมีระบบ rating เข้าไปเพื่อให้ชุมชนสามารถช่วยประเมินโครงการได้
- ต้องระวังเรื่องปั่น/ป่วน rating
- ชุมชนสามารถให้ความเห็น และนำความเห็นนั้นมาประเมินเป็น rating ได้
- คงต้องมีทีมที่จะต้องคอยให้ความช่วยเหลือเรื่องการบริหารเงิน
- การเชื่อมกับ OTOP อีกทีเพื่อทำให้คนกู้/ยืม สามารถทำเงินไปหมุนต่อได้อย่างยั่งยืน
มูลนิธิ Masked Rider Kiva!