ReadCamp, everything can read
งานสนุก คนไม่เยอะแบบล้นหลาม แต่จำนวนคน 80 คนก็พอที่จะเสนอหัวข้อให้คนเลือกเพื่อใส่ให้ครบ 30 sessions ได้อย่างไม่ยากนัก
โดยรวมแล้วโครงสร้างของการจัดงานก็คล้าย ๆ กับ BarCamp แต่หัวข้อที่เสนอให้เลือกนั้นกว้างมาก มีตั้งแต่อ่านนิทานเด็ก (พี่ป๊อก) จนถึงใจผู้ชาย/ผู้หญิง ซึ่งมีหัวข้อเยอะ/กว้างมาก แม้กระทั่ง session ที่เป็น discussion อย่างเช่น อ่านหนังสืออย่างไรไม่ให้ปวดตา (@noomz) หรือหัวข้อที่ชื่อ ความรัก, ความฝัน, ความจริง ที่ชอบมาก คุยกันสนุกดี
จริง ๆ แล้วหัวข้อที่หลากหลายแบบนี้แหล่ะที่อยากจะให้มีใน Barcamp Bangkok 2 (ดู Do anything at Barcamp) เพื่อเป็นการขยายฐานผู้เข้าร่วมการแบ่งปันไอเดีย คุยกันคร่าว ๆ ไว้แล้วว่าน่าจะขยายไปตามมหาวิทยาลัย
ขอบคุณสถานที่โดยหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถึงแม้จะตะกุกตะกักไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่เยี่ยมในการจัดงานลักษณะนี้ในขนาดย่อม ๆ เพราะง่ายต่อการให้คนยืนคุย/แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ขอบคุณกลุ่มผู้จัดงานในการจัดเตรียมงานให้เป็นไปได้โดยราบรื่น ขอบคุณผู้ร่วมงานทุกคนที่มาช่วยกันเริ่มต้นขยายวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนกัน
เนื่องจากงานนี้จัดโดยกลุ่มผู้จัดใหม่ มันเลยจะมีความตะกุกตะกักบ้างนิดหน่อย ปัญหาที่พอเห็นคือ
- ผู้จัดไม่ค่อยกระจายภาระงานออกไป ทำให้งานไปโหลดกับบางตนเยอะมากจนเหนื่อยเกิน อย่างตอน Barcamp ครั้งแรก ใช้วิธีแบ่งงานให้แต่ละคนอย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละคนก็รับผิดชอบได้อย่างที่ตั้งใจ
- ยังไม่มีคนที่คอยเชียร์ผู้ร่วมงาน ทำให้ช่วงที่ใส่หัวข้อ+เลือกหัวข้อค่อนข้างเงียบ ๆ ไปนิดนึง
- เรื่องโลโก้ของงานที่มีคนยกประเด็นขึ้นมา ว่ามันขัดกับ Creative Commons ที่เอามาโปรโมตในงาน คงต้องหาทางแก้ไขกัน (มีคนยกประเด็นในงาน 1 คนและ 1 บล็อก แล้ว)

เรื่องโลโก้ เข้าแก๊ปเป๊ะ
ดูในนี้นะ http://groups.google.com/group/readcamp/browse_thread/thread/ef616edd3f6647ab#
แล้วเดี๋ยวจะบล็อกเต็ม ๆ อีกทีนึง
มาแล้ว
โลโก้ ReadCamp และขบวนการวัฒนธรรมเสรี http://culturelab.in.th/readcamp/2008/12/readcamp-logo-free-culture/